Investing.comForex Charts powered by Investing.com

Primary tabs

MTS : วิเคราะห์ราคาทองคำ โดย เอ็มทีเอส โกลด์ฯ (21-11-14 | 09:49)

สรุปราคาซื้อขายทองคำ และ Gold Futures ภายในประเทศ ณ วันศุกร์ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557 เวลา 9.00 น.

ราคาทองคำเปิดตลาดที่ระดับ 1,182 เหรียญ/ออนซ์ และกลับมาปิดช่วงกลางคืนที่ระดับ 1,190เหรียญ/ออนซ์ (22.30น.) ค่าเงินบาทปิด 32.84 บาท/ดอลลาร์ ราคาสมาคมเปิดที่ 18,300 บาท กับ 18,400บาท และกลับมาปิดที่ 18,450 บาท กับ 18,550 บาท

ปริมาณการซื้อขาย Gold Futures 50 บาทอยู่ที่ 918 คู่สัญญาแบบ 10 บาทอยู่ที่ 5,976 คู่สัญญา Open Interest แบบ 50 บาท เพิ่มขึ้น 2.94 % แบบ10 บาท เพิ่มขึ้น 3.63% GFZ14 ปิด 18,600 บาท และ GFG14 ปิด 18,650 บาท GF10Z14 ปิดที่ 18,620 บาท GF10G14 ปิดที่ 18,680 บาท

สัญญา Comex ลดลง 3 ดอลลาร์ ปิดที่ระดับ 1,190.9 ดอลลาร์/ออนซ์ NYMEX เพิ่มขึ้น 1 ดอลลาร์ ปิดตลาดที่ระดับ 75.58 ดอลลาร์/บาร์เรล SPDR ถือครองทองคำที่ระดับ 720.91 ตัน ( คงทองเท่าเดิม)

ข่าวที่สำคัญ
-นักวิเคราะห์จากคิทโก ระบุว่า ราคาทองคำปิดปรับตัวลงสู่ระดับ 1,190.9 เหรียญ/ออนซ์ หลังจากที่ดีดตัวขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ระดับประมาณ 1,197 เหรียญ/ออนซ์ เพราะได้รับแรงกดดันจากการเทขายทำกำไร

-อย่างไรก็ดี การที่ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นเมื่อวานนี้ เพราะได้รับแรงสนับสนุนจากข้อมูลเงินเฟ้อของสหรัฐฯที่ปรับตัวสูงขึ้นสู่ระดับ 0.2% จากระดับ 0.1% ในเดือนก่อนหน้า รวมถึงแรงหนุนจากปริมาณการเข้าซื้อทองคำที่เพิ่มขึ้นจากกลุ่มผู้ซื้อในเอเชีย หลังจากที่ราคาร่วงลงไปทำจุดต่ำสุดบริเวณ 1,175 เหรียญ/ออนซ์

-ขณะที่ตลาดทองคำไม่ได้ให้ความสนใจกับผลการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐฯที่ออกมาดีขึ้นอย่างแข็งแกร่งเท่าที่ควร อันได้แก่ ยอดขายบ้านมือสอง และการปรับตัวลดลงของคนว่างงาน

-นักวิเคราะห์จากรอยเตอร์ส ระบุว่า นักลงทุนทองคำยังคงให้ความสนใจไปยังข้อมูลภาคแรงงานของสหรัฐฯ รวมถึงแรงกดดันเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่ในระดับต่ำในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งหากข้อมูลบ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงในเชิงบวกเพิ่มขึ้น อาจสนับสนุนให้เฟดพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในช่วงกลางปีหน้า

-นายจิม เวคคอฟ จากคิทโก กล่าวว่า หากทองคำสามารถยืนเหนือระดับ 1,225 เหรียญได้อย่างแข็งแกร่ง จะช่วยสนับสนุนภาพของทองคในทิศทางขาขึ้น ขณะที่ภาพหลักของทองคำ ณ ขณะนี้ยังคงเป็นแนวโน้มขาลง และคาดว่าราคาจะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,180 – 1,200 เหรียญ ซึ่งแนวรับสำคัญที่แข็งแกร่งทางเทคนิคจะอยู่ที่บริเวณ 1,160 เหรียญ

-รายงานจากสวิสฯ แสดงให้เห็นว่า การนำเข้าทองคำของจีนจากสวิสเซอร์แลนด์ ซึ่งเป็นศูนย์กลางการซื้อขายทองคำ ปรับตัวสูงขึ้นกว่า 3 เท่าสู่ระดับ 42.5 ตันในเดือนก่อนหน้า

-ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงสู่ระดับ 1.2551 ยูโร/ดอลลาร์ จากระดับ 1.2544 ยูโร/ดอลลาร์ แม้ว่าข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯโดยรวมอยู่ในเชิงบวก แต่ยังคงแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับค่าเงินเยนที่ระดับ 117.95 เยน/ดอลลาร์ จากระดับ 117.88 เยน/ดอลลาร์

-อย่างไรก็ดี ค่าเงินเยนยังคงอ่อนค่าอย่างต่อเนื่องตลอดสัปดาห์นี้ และขึ้นไปแตะระดับสูงสุดในรอบ 7 ปี ที่ระดับ 118.22 เยน/ดอลลาร์ เพราะได้รับแรงหนุนจากกระแสข่าวที่ว่าบีโอเจอาจดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมเพื่อให้เศรษฐกิจกลับมาอยู่ในสภาวะฟื้นตัวอีกครั้ง

-เมื่อคืนนี้ ยอดขายบ้านมือสองประจำเดือนตุลาคมของสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้น 1.5% (80,000 ยูนิต) สู่ระดับ 5.26 ล้านยูนิต ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนกันยายน 2013 สะท้อนให้เห็นว่าตลาดขายบ้านมือสองฟื้นตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง

-ขณะที่ดัชนีภาคการผลิต (Flash Manufacturing PMI) ประจำเดือนพฤศจิกายนของสหรัฐฯปรับตัวลดลงเล็กน้อยสู่ระดับ 54.7 จากเดิม 55.9 ในเดือนก่อนหน้า แต่ภาคการผลิตในเขตฟิลาเดเฟีย ปรับตัวสูงขึ้นอย่างแข็งแกร่งสู่ระดับ 40.8 จากระดับ 20.7 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 3 ปี นับตั้งแต่เดือนเมษายน 2011 แสดงให้เห็นว่าภาคการผลิตของสหรัฐฯยังคงอยู่ในภาวะฟื้นตัวได้ในเกณฑ์ที่ดี

-ดัชนี CPI พื้นฐานของสหรัฐฯประจำเดือนตุลาคมปรับตัวขึ้น 0.2% ซึ่งเป็นการปรับตัวสูงขึ้นในรอบ 5 เดือน

-จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการคนว่างานรายสัปดาห์ของสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงเล็กน้อย 2,000 ราย สู่ระดับ 291,000 ราย ซึ่งยังเป็นระดับที่ดีที่อยู่ต่ำกว่าระดับ 300,000 รายมากว่า 10 สัปดาห์แล้ว ทั้งนี้ข้อมูลตลาดแรงงานก็ยังคงบ่งชี้ถึงทิศทางการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง

-สถาบันมาร์กิต เผยว่า ดัชนีภาคการผลิต (PMI) เบื้องต้นประจำเดือนพฤศจิกายนของยูโรโซนปรับตัวลดลงสู่ระดับ 51.4 จุด ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 6 เดือน แสดงให้เห็นว่ายูโรโซนอาจเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจถดถอยในเร็วๆนี้

-ขณะที่ภาคการผลิตของเยอรมนีประจำเดือนพฤศจิกายน พบว่าปรับตัวลดลงแตะระดับ 52.1 จาก 53.9 ในเดือนก่อนหน้า บ่งชี้ให้เห็นว่า ประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ของยูโรโซนยังคงมีการชะลอตัวอย่างต่อเนื่อง

-ขณะที่ HSBC เผยว่า ดัชนีภาคการผลิต (PMI) เบื้องต้นประจำเดือนพฤศจิกายนของจีน ปรับตัวลงสู่ระดับ 50.0 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 6 เดือนเช่นกัน ส่งสัญญาณให้เห็นว่าภาคการผลิตของจีนยังคงเผชิญกับแรงกดดัน

-นักเศรษฐศาสตร์จาก มิซูโอะ ซิเคียวริตี้ กล่าวว่า ยอดส่งออกของญี่ปุ่นสู่อียูฟื้นตัวขึ้น หลังจากค่าเงินอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับค่าเงินยูโร หลังจากที่เศรษฐกิจของยุโรปปรับตัวลดลงต่ำสุดในปี 2011 อย่างไรก็ดี ปริมาณความต้องการภายในประเทศของญี่ปุ่นยังคงปรับตัวลดลงโดยจะเห็นได้จากยอดงบดุลของประเทศ แม้ว่าอียูจะค่อยๆมีการฟื้นตัวก็ตาม

-ยอดค้าปลีกประจำเดือนตุลาคมของอังกฤษ ปรับตัวสูงขึ้น 0.8% เพราะได้รับแรงสนับสนุนจากยอดขายสินค้าครัวเรือนและการใช้จ่ายด้านการบริโภคที่สูงขึ้น

-ราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้น เพราะได้รับแรงสนับสนุนจากกระแสข่าวที่ว่า กลุ่มโอเปกจะปรับลดเพดานการผลิตในการประชุม 27 พ.ย.นี้ หลังจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกร่วงลงอย่างหนัก รวมถึงแนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่ซบเซา ความต้องการน้ำมันที่ลดน้อยลง และข่าวที่ว่าลิเบียเริ่มกลับมาดำเนินการผลิตน้ำมันได้อีกครั้ง

-สำนักข่าวรอยเตอร์ส ระบุว่า สหรัฐฯมีแผนเพิ่มกำลังสนับสนุนทางทหารแก่ยูเครน ประกอบไปด้วย การจัดส่งยานพาหนะHumvee รวมถึงอาวุธหนักเพื่อต่อสู้กับกลุ่มแบ่งแยกดินแดนที่ฝักใฝ่รัสเซียย

-เมื่อคืนนี้ ตลาดหุ้นดาวโจนส์ปิด +0.19% และปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 17,719 จุด หลังจากยอดขายบ้านมือสองของสหรัฐฯเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่ง

-นักบริหารเงิน ประเมินว่า ค่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 32.75-32.90 บาท/ดอลลาร์ ซึ่งค่าเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบจำกัด และค่อนข้างเหวี่ยงตามค่าเงินภูมิภาค

-รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของไทย เปิดเผยว่า จะนำเสนอร่าง พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเข้าสู่การพิจารณาที่ประชุม ครม.ในเดือนมกราคม 2558 เพื่อช่วยลดภาระงบประมาณของประเทศที่จะต้องนำเงินสนับสนุนแก่ท้องถิ่น เพื่อให้ท้องถิ่นสามารถเก็บภาษีได้มากขึ้น และจะทำให้รัฐบาลสามารถนำงบกลางที่เหลือไปใช้ประโยชน์ด้านอื่นได้มากขึ้น

-ขณะที่เศรษฐกิจไทยในช่วงปลายปีจะยังคงเติบโตได้ไม่สูงมากนัก เนื่องจากภาคการส่งออกของไทยไม่ได้ฟื้นตัวดีขึ้นตั้งแต่คาดหวังไว้ เนื่องจากตั้งแต่เดือน ก.ค. – ต.ค. 57 การส่งออกยังคงชะลอตัว แต่หากการท่องเที่ยวและการบริการเริ่มกลับสู่ช่วง ไฮซีซั่นอาจช่วยหนุนการเติบโตได้บ้าง

-ธปท. เผยว่า การขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทยในปีนี้อาจจะเติบโตได้ต่ำกว่าประมาณการเดิมที่ ธปท.เคยคาดการณ์ไว้ที่ 1.5% และอาจอยู่ในระดับใกล้เคียงกับที่สภาพัฒน์ประเมินไว้ที่ระดับ 1% แต่จะมีการทบทวนตัวเลขอีกครั้งในเดือนธันวาคมนี้

-รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้มอบหมายนโยบายให้ทูตพาณิชย์ที่ประจำอยู่ทั่วโลก เร่งผลักดันการส่งออกของไทยให้เป็นรูปธรรมภายในไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2558 โดยตั้งเป้าหมายเบื้องต้น คือ การขยายตัวสำหรับปี 2558 ที่ระดับ 4% จากปีนี้ โดยมีแนวโน้มว่าน่าจะเป็นไปได้

ตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญเมื่อคืน

- CPI m/m ตัวลขเดิมอยู่ที่ระดับ 0.1% ตัวเลขจริงที่ออกมาอยู่ที่ระดับ 0.0%

- Core CPI m/m ตัวเลขเดิมอยู่ที่ระดับ 0.1 % ตัวเลขจริงที่ออกมาอยู่ที่ระดับ 0.2%

- Unemployment Claims ตัวเลขเดิมอยู่ที่ระดับ 293K ตัวเลขจริงที่ออกมาอยู่ที่ระดับ 291K

- Flash Manufacturing PMI ตัวเลขเดิมอยู่ที่ระดับ 55.9 ตัวเลขจริงที่ออกมาอยู่ที่ระดับ 54.7

- Philly Fed Manufacturing Index ตัวเลขเดิมอยู่ที่ระดับ 20.7 ตัวเลขจริงที่ออกมาอยู่ที่ระดับ 40.8

- Existing Home Sales ตัวเลขเดิมอยู่ที่ระดับ 5.18 M ตัวเลขจริงที่ออกมาอยู่ที่ระดับ 5.26M

ตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญในคืนนี้
- ไม่มีตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญ

ทิศทางราคาทองคำราคาทองคำมีความผันผวนค่อนข้างมาก โดยดีดตัวกลับขึ้นมายืนเหนือ 1,190 เหรียญอีกครั้ง โดยที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกาออกมาค่อนข้างดี แต่การที่ทองคำปรับตัวสูงขึ้นเพราะได้รับแรงหนุนจากแรงซื้อในฝั่งเอเชียหลังจากที่ราคาปรับตัวลดลง ในวันนี้ไม่มีการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจใดๆ ขณะที่ SPDR ยังคงถือครองทองคำเท่าเดิมที่ระดับ 720.91 ตัน

วิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค
ในเชิงเทคนิค ระยะสั้นราคาทองคำยังคงมีการแกว่งตัวผันผวน และยังหา Direction ไม่ได้ชัดเจน โดยมีการแกว่งตัวขึ้นลงอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ดีระยะยาวยังเป็นขาลง ซึ่งหากราคาจะกลับเป็นขาขึ้นได้ต้องยืนเหนือ 1,240 เหรียญ ซึ่งเป็นเส้นค่าเฉลี่ย 100 วัน

กลยุทธ์การลงทุนในวันนี้

คำแนะนำเล่นอย่างระมัดระวัง และปรับพอร์ตให้สมดุลกับสภาพความผันผวนของตลาด โดยคาดว่าในวันนี้ราคาทองคำจะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,170 – 1,200 เหรียญ

- นักลงทุนที่ถือ Long Position และนักลงทุนที่ถือ Short Position

เก็งกำไรระยะสั้นในกรอบ เข้า-ออกเร็ว และปรับพอร์ตให้สมดุลกับสภาพความผันผวนของตลาด

กลยุทธ์สำหรับนักลงทุน Weekly Trading
ภาพระยะสั้นตลาดยังคงมีการแกว่งตัวผันผวนอย่างรุนแรง แนะนำให้ทำการปรับพอร์ตให้เหมาะสมกับสภาพตลาด ขณะที่ภาพหลักของทองคำยังคงเป็นทิศทางขาลง

Gold Futures Z14 จะมีแนวรับที่ระดับ 18,500 บาท และแนวต้านที่ระดับ 18,700 บาท
Gold Futures G15 จะมีแนวรับที่ระดับ 18,550 บาท และแนวต้านที่ระดับ 18,750 บาท


คลิ๊ก!! เพื่ออ่านบทวิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำและโกลด์ฟิวเจอร์ส
หากไม่สามารถเปิดไฟล์ได้กรุณากด F5


ขอขอบคุณข้อมูลจาก
www.mtsgold.co.th
www.gold.in.th

About the Author
admin's picture

admin

สวัสดีครับ...หุหุ