Investing.comForex Charts powered by Investing.com

Primary tabs

สิ่งที่ FED จะทำ หลังขึ้นดอกเบี้ย : By Darth Sidious's blog

           ประเด็นที่มีผลต่อราคาทองคำในช่วงนี้ (ปลายกันยายน 2557) คงหนีไม่พ้นเรื่องเศรษฐกิจสหรัฐฯที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการดำเนินนโยบายการเงินของ FED โดยตรง หลังจากที่ FED ทยอยลดขนาดมาตรการ QE ลงมาเรื่อยๆ ซึ่งเจ้ามาตรการดังกล่าวจะหมดลงในเดือน ต.ค. นั่นเอง สิ่งที่นักลงทุนกังวลต่อในช่วงนี้ ก็คือ จะขึ้นดอกเบี้ยเมื่อไหร่? มาในบทความนี้ เราลองมามองให้ไกลออกไปมากกว่านี้กันดีกว่าครับ ว่าหลังจากขึ้นอัตราดอกเบี้ยไปแล้ว ทองคำจะต้องเจอกับอะไรต่อ?

            อย่างที่ทราบกันดีว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯประสบกับวิกฤตในช่วงปี 2551 จนทำให้ FED หรือธนาคารกลางสหรัฐฯต้องงัดไม้เด็ดและ อาวุธที่มีทั้งหมดออกมาเพื่อกำราบวิกฤตที่กำลังประสบอยู่ ทั้งการทยอยลดอัตราดอกเบี้ยจากระดับ 5% ลงมาใกล้ระดับ 0 การดำเนินมาตรการ Operation Twist (การขายตราสารหนี้ระยะสั้นและซื้อตราสารหนี้ระยะยาวเพื่อกดอัตราดอกเบี้ยระยะยาวให้ต่ำลง) และที่รู้จักกันดีก็คือการอัดฉีดสภาพคล่องเข้าสู่ระบบผ่านการระดมซื้อตราสารหนี้ต่างๆที่เรียกกันว่า Quantiative Easing หรือ QE ทั้งหมดทั้งมวลนี้ช่วยหนุนราคาทองคำให้เพิ่มขึ้นอย่างพรวดพราด แต่ทุกงานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกราครับ หลังจากที่เศรษฐกิจสหรัฐฯทยอยฟื้นตัวขึ้นมา หน้าที่ถัดไปของ FED ก็คือการทำให้ทุกอย่างมันกลับสู่ภาวะปกติ ซึ่งก็เริ่มขึ้นไปแล้วจากการทยอยลดมาตรการ QE ตามด้วยการหาจังหวะขึ้นอัตราดอกเบี้ยให้ไปสู่ระดับเดิม ซึ่งน่าจะเป็นการทยอยขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อลดโอกาสที่ตลาดจะเกิดภาวะปั่นป่วน

            สิ่งที่สำคัญที่สุด ที่น่าจะส่งผลต่อราคาทองคำไม่แพ้การขึ้นอัตราดอกเบี้ยก็คือ การดูดซับสภาพคล่องที่ท่วมตลาดอันเนื่องมาจากการดำเนินมาตรการ QE มาอย่างหนักหน่วงนั่นเอง ตอนนี้อาจยังไม่เป็นอะไร แต่หากผู้คนกลับมาเชื่อมั่นในเศรษฐกิจมากขึ้น การจ้างงานฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง การเพิ่มขึ้นของการบริโภคก็จะตามมา และด้วยสภาพคล่องที่ล้นขนาดนั้น จะทำให้เงินในระบบจะมากกว่าสินค้าและบริการในประเทศ จนอาจเกิดปัญหาเงินเฟ้อขั้นรุนแรงจนลุกลามเป็นวิกฤตเศรษฐกิจอีกก็เป็นได้

            วิธีการซับสภาพคล่องออกจากระบบก็คือการทยอยขายพันธบัตรที่ซื้อมาจากมาตรการ QE ซึ่งคาดว่านักลงทุนทองคำอย่างพวกเราจะต้องปวดหัวกับประเด็นดังกล่าวอีกรอบ ในเรื่องเงื่อนเวลาที่จะเริ่มลดสภาพคล่อง เพราะหากเริ่มลดเร็วเกินไป เศรษฐกิจก็จะยังคงตกต่ำอยู่ แต่หากลดช้าเกินไป ก็จะไปจ๊ะเอ๋กับภาวะเงินเฟ้ออีกอย่างช่วยไม่ได้ นี่ก็ถือเป็นโจทย์ที่ยากอีกโจทย์หนึ่งของ FED ครับ

            แต่มีเรื่องให้ใจชื้นขึ้นมาหน่อยครับ (เล่ามาซะแย่ ยังจะมีหน้ามาให้ความหวังอีกนะ - -”) ประเด็นคงไม่ถูกพูดถึงในเร็วๆนี้แน่นอนครับ เพราะตราบใดที่การขึ้นอัตราดอกเบี้ยยังไม่ชัดเจน การเพิ่มปมปัญหาเข้ามา มีแต่จะทำให้เศรษฐกิจปั่นป่วน แต่การรู้ถึงสิ่งที่ “น่าจะ”ต้องเจอ ก็จะทำให้เราปรับเปลี่ยนการลงทุนได้ทันท่วงทีเช่นกันครับ

 

ที่มารูปภาพ http://careerchasse.blogspot.com/2013/09/the-career-fair-is-over-whats-n...

About the Author
Darth Sidious's picture

Darth Sidious