Investing.comForex Charts powered by Investing.com

Primary tabs

ทองคำกับปัจจัยหนุนในระยะกลาง : By Darth Sidious's blog

            ระยะนี้หากจะให้ลงทุนในทองคำนั้น หลายๆคนคงจะเบือนหน้านี้หรือหากใครซื้อไว้และมีต้นทุนสูงๆ ก็อาจถอดใจและเก็บมันไว้เป็นสินสอดหรือมรดกให้แก่รุ่นลูกรุ่นหลาน เพราะยังไงเสียก็มองไม่เห็นว่าราคาทองคำมันจะขึ้นได้ยังไง ยิ่งกระพือข่าวว่า FED จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วขึ้นอีก ยิ่งทำให้หดหู่ใจเข้าไปใหญ่ เอางี้ครับ ลองมาอ่านบทความนี้กันดูดีกว่าครับ ผมอยากจะบอกว่าในวิกฤตมันก็มีโอกาส ในช่วงที่เงินกำลังไหลเข้าไปสู่สินทรัพย์เสี่ยง ทองคำโดนหมางเมิน มันก็มีระเบิดเวลาที่ซ่อนอยู่และเมื่อมันระเบิดเมื่อไหร่ มันก็อาจจะดันราคาทองคำให้ขึ้นได้เหมือนกัน และเพื่อให้เราๆท่านๆได้เข้าใจสถานการณ์ในตอนนี้มากขึ้น

            เรื่องการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนั้น ต้องบอกตามตรงว่ามีผลค่อนข้างมากต่อราคาทองคำครับ เพราะนั่นหมายความถึงค่าเงินดอลลาร์ที่จะแข็งค่าขึ้นและเป็นสัญญาณสิ้นสุดการดำเนินนโยบายการเงินเชิงผ่อนคลายที่หนุนให้ราคาทองคำสูงถึง US$1,900 มาแล้ว แต่อย่างไรก็ดี การขึ้นอัตราดอกเบี้ยของ FED นั้นจะไม่ใช่การขึ้นแบบพรวดพราดเพียงครั้งเดียว เช่น จาก 0.25% แล้วพรวดขึ้นไปที่ 3% เป็นต้น ซึ่งการทำอย่างนั้นจะส่งผลให้เศรษฐกิจเกิดความปั่นป่วน (ลองนึกภาพว่าวันนี้เรายังจ่ายดอกเบี้ยเงินกู้ที่ 0.25% แต่ตื่นมาอีกทีมาอยู่ที่ 3% ซึ่งถ้าคิดเป็นตัวเงินแล้วจะส่งผลต่อการดำเนินชีวิตไม่น้อยเลยทีเดียว)  โดยจะเป็นการทยอยขึ้นทีละน้อยๆเพื่อไม่ให้เศรษฐกิจเกิดการกระตุกเพื่อให้ประชาชนในระบบเศรษฐกิจได้มีการปรับตัว และจะต้องมีการวางแผนกำหนดการขึ้นดอกเบี้ยหรือ Forward Guidance ที่ชัดเจน ดังนั้น แม้ราคาทองคำจะลดลงมากจากการขึ้นดอกเบี้ยของ FED แต่หาก FED ส่งสัญญาณที่ชัดเจนต่อนักลงทุน ขนาดของการลดลงก็จะไม่มากนักและผลกระทบของการขึ้นอัตราดอกเบี้ยจะเกิดเพียงครั้งเดียว นั่นก็คือครั้งแรกครับ และอาจปรับตัวขึ้นได้จากปัจจัยหนุนที่เหมือนระเบิดเวลาที่ถูกซ่อนอยู่ ตูมขึ้นมาเมื่อไหร่ ทองคำก็อาจพุ่งขึ้นได้เหมือนกัน

            ปัจจัยหนุนลำดับแรกอยู่ที่ยุโรปครับ แม้เศรษฐกิจสหรัฐฯจะฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง แต่ทางยุโรปเองยังต้องประสบกับปัญหาเงินฝืดซึ่งขัดขวางการเติบโตของเศรษฐกิจ แม้จะลดดอกเบี้ยลงถึงระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์แต่ก็ไม่สามารถปัญหาดังกล่าวได้ สุดท้ายเราอาจได้เห็นการพิมพ์เงินเข้าสู่ระบบโดยตรงหรือ QE เวอร์ชั่นยุโรป ซึ่งจะช่วยให้สภาพคล่องในระบบสูงขึ้นเป็นผลดีต่อทองคำ นอกจากนี้ปัญหาหนี้สาธารณะที่ฝังลึกเข้าไปยังรอก่อปัญหาเพิ่มเติมได้อีก นอกจากจะทำให้นโยบายการคลังใช้ไม่ได้แล้ว หากมีธนาคารใดเกิดผิดนัดชำระหนี้มาอีก ก็จะเป็นความเสี่ยงที่หนุนราคาทองคำได้อีกครั้ง

            ถัดไปก็อยู่ที่สหรัฐฯนั่นเองครับ แม้เศรษฐกิจสหรัฐฯจะฟื้นตัวขึ้น จนทำให้FED เริ่มพูดถึงการขึ้นอัตราดอกเบี้ย แต่ก็ยังมีหนี้ในปริมาณที่มากและยังประสบปัญหาไม่สามารถขยายเพดานหนี้ได้จนต้องใช้มาตรการฉุกเฉิน แม้การเลือกตั้งในเดือน พ.ย.จะช่วยขยายเพดานหนี้ได้สำเร็จ แต่หากมีหนี้มากขึ้นจนนานาประเทศเชื่อว่าสหรัฐฯไม่สามารถรับมือได้ ค่าเงินดอลลาร์มีโอกาสอ่อนค่าอีกครั้ง แต่เรื่องดังกล่าวอาจต้องใช้เวลานานถึง 5-10 ปี ถึงจะส่งผลชัดเจน

            สุดท้ายก็คือเรื่อง Geopolitical risks ที่ผมได้อธิบายไปถึง 2 บทความ แม้ตอนนี้เรื่องจะยังเงียบๆ แต่ความขัดแย้งก็ไม่ได้จบไปครับ ทั้งความขัดแย้งระหว่างยูเครนกับรัสเซีย, กลุ่มกบฎในอิรักและอิสราเองกับปาเลสไตน์ ซึ่งรอวันปะทุอีกครั้ง โดยจะทำให้ราคาทองคำปรับตัวขึ้นได้ต่อ และต้องบอกว่าปัจจัยดังกล่าวมีโอกาสน้อยมากที่จะหายไปเพราะต้นตอนั้นถูกฝังลึกนานกว่าหลายศตวรรษนั่นเอง

            แม้จะมีปัจจัยต่างๆรอหนุนให้ราคาทองคำปรับตัวขึ้นได้อีกครั้ง แต่สิ่งสำคัญที่ผมย้ำมาหลายบทความนั่นคือ ควรรู้จักตัวเองและวัตถุประสงค์การลงทุนครับ หากเป็นการลงทุนระยะยาว 10-15 ปีขึ้นไป ก็ไม่มีความจำเป็นต้องพะวงกับปัจจัยระยะสั้นซักเท่าไหร่หากไม่มีผลถึงการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างหรือระบบเศรษฐกิจ นอกจากนี้ควรติดตามข่าวสารเศรษฐกิจโลกอย่างใกล้ชิด เพราะจะมีผลต่อราคาทองคำค่อนข้างเยอะครับ

 

ที่มา http://www.theguardian.com/business/economics-blog/2013/jul/09/gold-pric...

About the Author
Darth Sidious's picture

Darth Sidious