Investing.comForex Charts powered by Investing.com

Primary tabs

กับดักสภาพคล่อง -คลื่นแทรกซ้อนทางเศรษฐกิจ : By Darth Sidious's blog

    สิ่งที่ผู้กำหนดนโยบายทางเศรษฐกิจทั้งนโยบายการเงินหรือนโยบายการคลังคาดหวังก็คือ การได้เห็นเศรษฐกิจเติบโตและให้ผู้คนในระบบเศรษฐกิจมีความเป็นอยู่ที่ดี ดังนั้นเมื่อเกิดปัญหาหรือวิกฤตเศรษฐกิจ การดำเนินนโยบายต่างๆเพื่อกระตุ้นให้เศรษฐกิจฟื้นจึงเป็นสิ่งที่ต้องทำ แม้จะทำไปด้วยเจตนาดี แต่บางครั้ง ผลที่ได้ก็ไม่ได้เหมือนที่คาดหวัง บางครั้งอาจไม่ได้ทำให้เศรษฐกิจดีขึ้นเท่าที่ควร บางครั้งอยู่ในสภาวะ “ยิ่งแก้ยิ่งแย่”เสียอีก เพราะว่ามันดันเกิด “กับดักสภาพคล่อง” ขึ้นมานั่นเอง

            ในช่วงที่เกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยนั้น การเพิ่มสภาพคล่องเข้าไปในระบบเศรษฐกิจถือเป็นวิธีที่สำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจครับเพื่อให้เงินถึงไม้ถึงมือประชาชนมากขึ้น จะได้นำไปใช้จ่ายหรือให้บริษัทเข้าถึงเงินทุนได้ง่ายขึ้นแล้วนำเงินดังกล่าวไปลงทุนเพื่อให้เกิดการจ้างงาน โดยวิธีการเพิ่มสภาพคล่องก็มีหลายวิธีครับ ทั้งการใส่เงินเข้าไปในระบบโดยตรง(เช่น มาตรการ QE ) หรือการลดอัตราดอกเบี้ยซึ่งเปรียบเหมือนการลดต้นทุนของเงินลง หรือลดอัตราภาษี เป็นต้น แต่บางครั้งการเพิ่มสภาพคล่องเข้าไปมากๆก็อาจทำให้เกิดภาวะ “กับดักสภาพคล่อง”(Liquidity Trap) ซึ่งเป็นภาวะที่เศรษฐกิจไม่สามารถหลุดจากภาวะถดถอยได้แม้จะมีการเพิ่มสภาพคล่องเข้าไปอย่างมากนั่นเอง

            สาเหตุสำคัญของภาวะนี้มีหลายอย่าง โดยสาเหตุสำคัญก็คือความไม่เชื่อมั่นในภาวะเศรษฐกิจของผู้คนในระบบนั่นเอง ซึ่งถือเป็นปัจจัยทางจิตวิทยาและหาทางแก้ได้ค่อนข้างยาก ยกตัวอย่างเช่น หากเกิดการถดถอยทางเศรษฐกิจขึ้นมาและมีการลดอัตราดอกเบี้ยลงในครั้งแรก ผู้คนอาจมีความหวังว่าเศรษฐกิจจะฟื้นขึ้นมา แต่เมื่อนานเข้าภาวะเศรษฐกิจยังเหมือนเดิม การลดอัตราดอกเบี้ยในครั้งหลังๆก็อาจไม่ช่วยอะไรมากนัก เพราะเห็นว่าลดแล้วก็ไม่ช่วยอะไร มีเงินมากขึ้น แต่ก็ยังกลัวว่าเศรษฐกิจจะฟุบต่อ สู้เก็บเงินไว้กับตัว ใช้จ่ายพอประมาณจะดีกว่า ส่วนบริษัทที่แม้จะเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้มาก แต่อุปสงค์ที่ต่ำติดดิน ก็ไม่มีเหตุผลที่จะต้องลงทุนเพิ่มนั่นเอง หนำซ้ำ กรอบของอัตราดอกเบี้ยหลังจากที่ลดมาก่อนหน้ามากๆแล้วก็เหลือน้อย ผลของการลดดอกเบี้ยครั้งหลังๆก็จะไม่มีประสิทธิภาพเหมือนช่วงแรกๆครับ การลดดอกเบี้ย 1% มาเหลือ 0.5% ให้ผลน้อยกว่าการลดจาก 5% มาเหลือ 2.5% มาก แม้จะลดลงครึ่งหนึ่งเหมือนกัน

            เศรษฐกิจยุโรปเป็นตัวอย่างสำคัญครับ การเกิดวิกฤตหนี้สาธารณะในช่วง พ.ศ.2555 ส่งผลให้เศรษฐกิจยุโรปถดถอยอย่างหนัก ธนาคารกลางยุโรปหรือ ECB ก็งัดมาตรการเข้าสู้โดยการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงมาเรื่อยๆ ล่าสุดก็ปรับลดลงจนอัตราดอกเบี้ยเงินฝากติดลบ(ดอกเบี้ยที่ธนาคารพาณิชย์จะได้กรณีนำเงินมาฝากไว้ที่ธนาคารกลาง) แต่ก็อย่างที่เห็นครับ เศรษฐกิจไม่ได้กระเตื้องขึ้น เพราะหลายๆประเทศยังไม่สามารถระดมทุนในตลาดปกติได้ นโยบายการคลังที่เป็นอีกเครื่องมือสำคัญก็ยังโดนแช่แข็ง แก่นของปัญหาอย่างหนี้สาธารณะในแต่ละประเทศยังไม่ลดลง หลายๆปัญหาไม่เอื้อให้เกิดการบริโภคและการลงทุน การลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อเพิ่มสภาพคล่องก็ไม่ได้ช่วยอะไร

            อีกตัวอย่างก็คือที่ญี่ปุ่นครับ การเพิ่มสภาพคล่องอย่างหนักจาก BOJ รวมถึงการผ่อนคลายนโยบายการคลังอย่างหนัก ทำให้ตลาดหุ้นของญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็น 2ใน3ของศรที่หวังปลุกญี่ปุ่นให้ฟื้นจากภาวะเงินฝืด แต่อานุภาพของศร 2 ดอกดังกล่าวเริ่มเสื่อมแล้ว เห็นได้จากตลาดหุ้นที่เริ่มพักฐานและตัวเลขเศรษฐกิจในช่วงหลังๆที่ไม่กระเตื้องมากนัก คงต้องฝากความหวังไว้กับศรดอกที่สามอย่างมาตรการปฏิรูปเศรษฐกิจ ซึ่งหากออกมาแล้วทำได้จริง ประชาชนเห็นความหวังในแผนดังกล่าว สภาพคล่องที่ระดมใส่เข้าไปก็จะทำหน้าที่ของมันอย่างเต็มที่และหลุดพ้นจากกับดักสภาพคล่องนั่นเอง

            กับดักสภาพคล่องเป็นปัญหาที่แก้ได้ยากครับ เพราะเกิดจากการขาดความเชื่อมั่นต่อระบบเศรษฐกิจของประชาชน การฟื้นคืนความเชื่อมั่นอาจต้องใช้มาตรการที่ยั่งยืนมากกว่าการระดมใส่สภาพคล่องซึ่งอาจก่อให้เกิดกับดักดังกล่าวหากไม่มีการพัฒนาที่ยั่งยืนนั่นเองครับ 

 

ที่มารูปภาพ www.commoditytrademantra.com

About the Author
Darth Sidious's picture

Darth Sidious