Investing.comForex Charts powered by Investing.com

Primary tabs

ว่าด้วยเรื่องต้นทุนจม-กำไรหดหายเพราะเสียดายไม่เข้าเรื่อง : By Darth Sidious's blog

           เคยดูหนังซักเรื่องแล้วเรารู้สึกไม่สนุกหรือเปล่าครับ? อุตสาห์ซื้อตั๋วเข้าไปดู แต่ดูไปได้ครึ่งเรื่อง รู้สึกว่าหนังไม่สนุก จะทำไงต่อ? เหลืออีกชั่วโมงครึ่ง หนังก็จะจบ จะลุกขึ้นกลับก็ไม่กล้าทำ เพราะเสียดายค่าตั๋ว 200 กว่าบาท แต่ดูต่อก้ต้องกลายเป็นการทนดู เพราะมันไม่สนุก หรือเคยมั้ยครับ? ลงทุนทองด้วยต้นทุนจำนวนหนึ่ง แต่เกิดเหตุการณ์ทำให้ราคาทองคำลดลงอย่างหนัก เพราะปัจจัยพื้นฐานไม่ได้เอื้อให้ราคาทองคำขึ้นบวกกับช่วงก่อนหน้า ราคาทองคำก็ขึ้นมามากแล้ว จึงเกิดแรงเทขายอย่างหนัก และมีทีท่าจะลงไปกว่า 20-30%  แต่ก็ไม่ขายเพราะเสียดาย ซื้อมาแพง แต่รู้อะไรหรือเปล่าครับ ว่าอาการเสียดายอย่างนี้มันจะทำให้คุณหมดตัว

            สาเหตุก็เพราะคุณนำต้นทุนจม(Sunk Cost) ไปพิจารณาด้วย ซึ่งต้นทุนจมคือ “ต้นทุนที่เราไม่สามารถเรียกคืนมาได้” ครับ โดยในทางเศรษฐศาสตร์นั้น คำว่าต้นทุนเป็นเรื่องสำคัญ เพราะการเลือกจะทำอะไรซักอย่างต้องเปรียบเทียบต้นทุนกับผลที่ได้รับเสมอ เช่น หากนำบ้านมาทำธุรกิจ ก็ต้องคิดว่าจะได้กำไรจากการทำธุรกิจเท่าไหร่นำไปเทียบกับต้นทุนที่เกิดขึ้นจากการนำบ้านหลังนี้มาใช้ในการประกอบธุรกิจ หากกำไรคลุมต้นทุนก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ โดยต้นทุนที่เรานำมาพิจารณานั้นจะเป็นต้นทุนที่เราสามารถเรียกคืนได้ ซึ่งจากตัวอย่างข้างต้น ต้นทุนที่นำมาคิดอาจจะเป็น ค่าใช้จ่ายในการตกแต่งบ้าน(ที่ยังไม่ได้ทำ) ค่าจดทะเบียนเปิดบริษัท เป็นต้น ซึ่งต้นทุนเหล่านี้เป็นต้นทุนที่ยังไม่เกิดและสามารถเรียกคืนได้ นั่นคือ ถ้าไม่ทำ เราก็ยังไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายดังกล่าว

            แต่หากเรานำต้นทุนจมซึ่งเป็นต้นทุนที่เรียกกลับมาไม่ได้ เช่น ค่าซ่อมแซมบ้าน(ที่ซ่อมไปแล้ว) เป็นต้น มารวมเข้าไปด้วย ผลที่ตามมาก็คือต้นทุนที่นำมาพิจารณาอาจไม่ถูกต้อง เพราะหากเราตัดสินใจไม่ทำ ก็ไม่สามารถเอาค่าซ่อมบ้านกลับมาได้(ก็จ่ายช่างซ่อมไปแล้วอ่ะ) การนำต้นทุนจมมาพิจารณาอาจทำให้การตัดสินใจผิดพลาดครับ เช่น อาจพลาดทำธุรกิจที่น่าสนใจไป (ทั้งๆที่ทำแล้วก็อาจรวยก็ได้ แต่โดนต้นทุนจมมาบังตาไปซะงั้น)

            หรือจากตัวอย่างที่นำมาพูดถึงในตอนต้น หากเราดูหนังแล้วไม่สนุก แล้วชั่งใจว่าจะดูต่อหรือไม่ สิ่งที่ต้องนำมาคิดก็คือเวลาที่เหลือ 1ชั่วโมงครึ่งนั่นต่างหากครับ ว่าจะยอมเสียเวลา 1ชั่วโมงครึ่งเพื่อทนดูหนังต่อหรือเปล่า เพราะมันเป็นต้นทุนเพียงอย่างเดียวที่เรายังเรียกคืนได้ หากเราตัดสินใจไม่ดูต่อ ก็สามารถนำเอา 1 ชั่วโมงครึ่งที่เหลือนั้นไปทำอะไรอย่างอื่นก็ได้นั่นเอง ส่วนราคาตั๋วหนัง คิดไปก็ป่วยการครับ ถึงจะดูต่อหรือไม่ได้ดูต่อ ก็เดินไปที่เคาน์เตอร์แล้วทวงค่าตั๋วหนังได้นั่นเอง

            จะเห็นได้ว่า การแยกแยะต้นทุนจมออกมาเป็นเรื่องสำคัญ เพราะมันมีผลต่อการตัดสินใจ ซึ่งบางครั้งเจ้าต้นทุนจมนี้ก็อาจสร้างความเสียหายแก่เราได้ เช่น การทำโครงการหรือแผนการบางอย่างที่เรามาทราบภายหลังว่าไม่คุ้ม แต่หากเรายังยืนยันที่จะทำต่อ ด้วยความคิดที่ว่า เราลงทุนมาเยอะแล้ว ผลที่ตามมาก็อาจเสียทั้งเงินและเวลารวมถึงไม่คุ้มค่าอีกด้วย

            การลงทุนก็เช่นกันครับ บางทีลงทุนทองคำไว้ เพราะคิดว่ามันจะปรับตัวขึ้น แต่กลับตาลปัตร ราคาหักหัวลง สิ่งที่ต้องนำมาเป็นต้นทุนในการตัดสินใจคือมูลค่าเงินที่เหลืออยู่ในตอนนั้นครับ ไม่ใช่ต้นทุนที่ซื้อมา เพราะสิ่งที่เราเรียกมันคืนมาได้คือมูลค่าทองคำที่เหลือในขณะนั้นนั่นเอง หากเราพิจารณาแล้วว่า ราคาทองคำจะยังลงต่ออีกระลอกใหญ่ สิ่งที่ต้องทำคือรีบตัดขาดทุนก่อนที่ผลขาดทุนมันลุกลามนั่นเอง แต่บางคนอาจเถียงว่า “ไม่ขายไม่ขาดทุนนะ” ก็ถูกครับ แต่เรียกเงินคืนแล้วนำมาวางกลยุทธ์การลงทุนอีกรอบจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่าการทู่ซี้ถือมันต่อไปนั่นเอง

            แค่คำๆเดียว แต่ก็สร้างความเสียหายได้เยอะนะครับ สิ่งที่ต้องทำต่อจากนี้ก็คือ ก่อนจะตัดสินใจอะไร แยกต้นทุนจมออกมาก่อนดีกว่า เพราะการคิดถึงสิ่งที่เรียกคืนมาไม่ได้นั้น เป็นเรื่องที่ไม่น่าทำเป็นอย่างยิ่ง

 

ที่มารูปภาพ http://www.dimespring.com/articles/post-grad-reality-know-when-youve-got...

About the Author
Darth Sidious's picture

Darth Sidious