Investing.comForex Charts powered by Investing.com

Primary tabs

CGF : วิเคราะห์ราคาทองคำ โดย คลาสสิกโกลด์ฯ (20-03-14 | 09:29)

Today Strategy: Gold ราคาทองคำร่วงลงแรง แต่ในระยะสั้นคาดว่าจะ rebound ได้ วันนี้มีแนวรับถัดไปบริเวณ 1,325/1,320 แนวต้าน 1,340/1,350 แนะนำ Trading ในกรอบแนวรับ แนวต้าน SET50 ศาลเลื่อนชี้ขาดเป็นวันพรุ่งนี้พร้อมวินิจฉัย 28 เขตเลือกตั้งที่ไม่มีผู้สมัคร จึงแนะ trading short และปิดทำกำไรเป็นรอบสั้น ๆ

Key Factors
• Gold ราคาทองคำในตลาด COMEX เมื่อวานปิดลดลง 24.80 USDต่อออนซ์ โดยหลุดแนวรับลงมาหลายระดับและเป็นการร่วงลงครั้งใหญ่ในรอบ 3 เดือน เมื่อเฟดประกาศลดขนาดมาตรการ QE ลง 1 หมื่นล้านUSDตามคาด และเฟดยกเลิกสัญญาที่ว่าจะตรึงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับต่ำต่อไปแม้ว่าอัตราการว่างงานจะลดลงต่ำกว่า 6.5% เฟดระบุว่าจะพิจารณาตัวเลขเศรษฐกิจอื่นๆประกอบการตัดสินใจในการกำหนดนโยบาย แทนที่จะพิจารณาเพียงแค่เกณฑ์อัตราการว่างงานและอัตราเงินเฟ้อเท่านั้น ซึ่งนักลงทุนคาดว่า เฟดได้ส่งสัญญาณการจะทยอยขึ้นอัตราดอกเบี้ย หลังจากมาตรการ QE สิ้นสุดลงในปีนี้ ทำให้ค่าเงิน USD แข็งค่าขึ้น ตลาดหุ้น ราคาทองคำ และราคาสินค้าโภคภัณฑ์ต่างๆร่วงลงแรง
• ดัชนีดาวโจนส์ ปิดร่วงลง 114.02 จุด หลังคำแถลงของนางเยเลน ปธ.เฟด ว่ามีความเป็นไปได้ที่เฟดจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยภายในปีหน้า
• USD/THB ปิดที่ 32.15 บาทต่อUSD เงินดอลล่าร์แข็งค่าขึ้น เมื่อนางเยเลนระบุว่า เฟดอาจเร่งกรอบเวลาในการยุติอัตราดอกเบี้ยระดับต่ำ
• Oil ราคาน้ำมันดิบ Nymex ปรับบวกขึ้น โดยได้แรงหนุนจากการร่วงลงของสต๊อกน้ำมันดิบที่เมืองคุชชิง

Market Movement
• Gold ปิดวันที่ 1,330.84 USDต่อออนซ์ มีความเคลื่อนไหวระหว่าง 1,327 –1,359 USDต่อออนซ์ โดยในเช้าวันนี้ราคาอยู่ที่บริเวณ 1,330 USDต่อออนซ์ คาดว่าวันนี้มีแนวต้านบริเวณ 1,340/1,350 และแนวรับ 1,325/1,320
• USD/THB ปิดที่ 32.15 บาทต่อUSD เช้านี้อยู่ที่บริเวณ 32.31 บาทต่อUSD วันนี้ให้แนวต้านบริเวณ 32.4/32.6 ให้แนวรับบริเวณ 32.2/32.0
• ICE Brent ปิดที่ 105.85 USDต่อบาร์เรล วันนี้ให้แนวต้านบริเวณ 107.0/107.5 และให้แนวรับบริเวณ 106.0/105.5

Recommendations
ระยะสั้น : อยู่ในกรอบ 1,250 – 1,400 แนะนำ Trading ในกรอบแนวรับ แนวต้าน
ระยะกลาง : อยู่ในกรอบ 1,180 –1,425 สะสม Long เมื่อราคาอ่อนตัว
ระยะยาว : อยู่ในกรอบ 1,180 – 1,485 สะสม Long เมื่อราคาอ่อนตัว

Technical Commentary
• ภาพกราฟทางเทคนิคราคาทองคำ ราคาทองคำร่วงลงแรงหลังจากหลุดแนวรับบริเวณเส้น MA 200 ช.ม. ลงมา RSI ในราย 240 นาที เข้าเขต over bought แล้วอาจมีการ rebound ขึ้นก่อน วันนี้มีแนวต้านบริเวณ 1,340/1,350 แนวรับบริเวณ 1,325/1,320
• Strategy : Trading ในกรอบแนวรับ แนวต้าน

Key Point
Positive View( + )
• นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของธนาคารต่างๆ ทั่วโลก
• ความต้องการทองคำในตลาด Physical
• การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐอ่อนแอกว่าคาด

Negative View( - )
• อินเดียออกมาตรการจำกัดการนำเข้าทอง
• เฟดลดมาตรการ QE ลงอีก 10,000 ล้านUSDต่อเดือนเหลือ 5.5 หมื่นล้าน
• เงิน USD แข็งค่า

ปัจจัยที่ต้องติดตาม
• สถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างรัสเซีย ยูเครนและชาติตะวันตก

USD/THB
เงินบาทมีการรีบาวน์ขึ้นหลังจากแข็งค่าต่อเนื่องมาเป็นระยะเวลาหลายวัน moving average 200 ยังให้แนวโน้มขาลงอยู่ แนะนำ trading short หากราคาขึ้นทดสอบแนวต้าน
ให้แนวต้านบริเวณ 32.4 / 32.6
ให้แนวรับบริเวณ 32.2 / 32.0
Strategy: trading short หากราคารีบาวน์

Exclusive News
เศรษฐกิจสหรัฐ คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน(FOMC) มีมติปรับลดขนาดมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ(QE) ลงอีก 1 หมื่นล้านดอลลาร์ ส่งผลให้วงเงินการซื้อพันธบัตรปรับตัวลงมาอยู่ที่ระดับ 5.5 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อเดือน และยังคงตรึงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น(fed fund rate) ไว้ที่ระดับ 0-0.25% แต่แถลงการณ์ของประธานธนาคารกลางสหรัฐ(Fed) เจเน็ต เยลเลน ระบุว่า ภาวะในตลาดแรงงานส่งสัญญาณฟื้นตัวขึ้น แต่อัตราว่างงานปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่นโยบายผ่อนคลายการเงินในช่วงที่ผ่านมาช่วยให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจขยายตัวปานกลางและช่วยให้ตลาดแรงงานฟื้นตัวขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป นอกจากนี้ ยังอาจจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งแรก หลังจากที่ Fed ยุติการใช้มาตรการ QE ไปแล้วราว 6 เดือน
เศรษฐกิจยุโรป อัตราว่างงานของอังกฤษในช่วงสามเดือนจนถึงเดือน ม.ค.ทรงตัวที่ 7.2% ส่วนจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานลดลง 34,600 ราย และค่าจ้างขยายตัวในอัตรารวดเร็วขึ้นที่ระดับ 1.3% บ่งชี้ถึงแนวโน้มที่ธนาคารกลางอังกฤษ(BOE) น่าจะยังคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับต่ำเป็นประวัติการณ์ต่อไป หลังจากที่คณะกรรมการนโยบายการเงินได้ระบุไว้ก่อนหน้านี้ว่า จะพิจารณาขึ้นอัตราดอกเบี้ยเมื่ออัตราว่างงานลดลงมาอยู่ที่ 7%
เศรษฐกิจยุโรป รมว.คลังอังกฤษคาดว่า เศรษฐกิจอังกฤษจะขยายตัว 2.7% ในปี 2557 เพิ่มขึ้นจากเดิมที่คาดการณ์ว่าจะขยายตัวเพียง 2.4% โดยให้เหตุผลว่าเศรษฐกิจอังกฤษฟื้นตัวเร็วเกินคาด และคาดว่าเศรษฐกิจจะเติบโต 2.3% ในปี 2558 จากเดิมที่คาดว่าจะโต 2.2% ส่วนเศรษฐกิจปี 2559 คาดว่าจะขยายตัว 2.6% และจะมีการสร้างงาน 1.5 ล้านตำแหน่งใน 5 ปีข้างหน้า ซึ่งจะเป็นครั้งแรกในรอบ 35 ปี ที่อังกฤษมีอัตราจ้างงานสูงกว่าสหรัฐ
เศรษฐกิจยุโรป นักเคลื่อนไหวสนับสนุนรัสเซียบุกเข้าฐานทัพเรือยูเครนในเมืองเซวาสโตโปลของไครเมีย พร้อมชักธงชาติรัสเซียขึ้นสู่ยอดเสาหลังจากที่ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ประกาศต่อรัฐสภารัสเซียว่า จะควบรวมไครเมียเข้าเป็นส่วนหนึ่งของรัสเซีย ทั้งนี้ ออสเตรเลียได้ประกาศหนุนสหรัฐและสหภาพยุโรป(EU) ด้วยการกำหนดมาตรการคว่ำบาตรทางการเงินและการห้ามเดินทาง ต่อเจ้าหน้าที่ของทางการรัสเซียและยูเครน 12 ราย ที่มีส่วนร่วมในการผนวกเอาไครเมียเข้าเป็นส่วนหนึ่งของรัสเซีย เช่นเดียวกับญี่ปุ่นและแคนาดาที่ดำเนินการไปก่อนหน้านี้
เศรษฐกิจเอเชีย ยูเครนเผยแผนอพยพทหารและประชาชนเชื้อสายยูเครนออกจากไครเมีย หลังไม่มีทีท่าว่ากลุ่มติดอาวุธที่สนับสนุนรัสเซียที่บุกเข้ายึดฐานทัพเรือจะยอมปล่อยตัวผู้บัญชาการ พล.ร.อ.เซอร์เก เฮย์ดุ๊ก และทหารอีกจำนวนหนึ่ง ตามเส้นตายของรัฐบาลรักษาการ แม้ว่าได้มีการเรียกร้องจาก รมว.กระทรวงกลาโหมรัสเซีย แล้วก็ตาม
ตลาดน้ำมัน สต็อกน้ำมันดิบสหรัฐในรอบสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 14 มี.ค. ปรับตัวเพิ่มขึ้น 5.9 ล้านบาร์เรล มาอยุ่ที่ 375.9 ล้านบาร์เรล ด้านสต็อกน้ำมันกลั่นซึ่งรวมถึง heating oil และน้ำมันดีเซล ร่วงลง 3.1 ล้านบาร์เรล สู่ระดับ 110.8 ล้านบาร์เรล ส่วนสต็อกน้ำมันเบนซินลดลง 1.5 ล้านบาร์เรล แตะ 222.3 ล้านบาร์เรล และอัตราการใช้กำลังการกลั่นน้ำมันหดตัวลง 0.4% สู่ระดับ 85.6%
อื่น ๆ อินเดียยังคงเป็นประเทศผู้ซื้ออาวุธรายใหญ่ที่สุดในโลก โดยช่วง 5 ปีที่ผ่านมานำเข้าอาวุธมากกว่าคู่แข่งที่ใกล้เคียงที่สุดทั้งจีนและปากีสถานเกือบ 3 เท่าตัว ขณะสหรัฐยังเป็นแชมป์ส่งออกอาวุธ สถาบันค้นคว้าวิจัยสันติภาพระหว่างประเทศสตอกโฮล์ม(SIPRI) เปิดเผยข้อมูลการซื้อขายอาวุธระหว่างรัฐทั่วโลกว่า การซื้อขายอาวุธระหว่างปี 2552-2556 มีปริมาณเพิ่มขึ้น 14% เมื่อเทียบกับ 5 ปีก่อนหน้านั้น โดยประเทศที่นำเข้าอาวุธมากที่สุด ได้แก่ อินเดีย, จีน, ปากีสถาน, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และซาอุดีอาระเบีย ตามลำดับ ส่วนประเทศที่ส่งออกอาวุธรายใหญ่ที่สุดของโลกในช่วงเวลา 5 ปีที่ผ่านมา ได้แก่ สหรัฐ(29%), รัสเซีย(27%), เยอรมนี(7%), จีน(6%) และฝรั่งเศส(5%)


คลิ๊ก!! เพื่ออ่านบทวิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำและโกลด์ฟิวเจอร์ส
หากไม่สามารถเปิดไฟล์ได้กรุณากด F5


ขอขอบคุณข้อมูลจาก
www.classicgoldfutures.co.th
www.gold.in.th

About the Author
admin's picture

admin

สวัสดีครับ...หุหุ