Primary tabs

HGF : #วิเคราะห์ราคาทองคำ โดย ฮั่วเซ่งเฮงฯ (11-07-18 | 08:35) l www.gold.in.th

| www.gold.in.th |

กองทุน SPDR ขายทองคำต่อเนื่องเป็นวันที่ 3
คืนนี้สหรัฐจะประกาศดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนมิ.ย.
ราคาทองคำคาดเคลื่อนไหวในกรอบ 1,250-1,260 ดอลลาร์

 ราคาทองคำ Spot เมื่อวานปรับตัวลดลง โดยมีปัจจัยกดดันจาก เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น และตลาดหุ้นสหรัฐที่ปรับขึ้นติดต่อกัน 4 วัน ส่วนกองทุน SPDR ยังขายทองคำต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 อีก 1.75 ตันเมื่อวาน
 ล่าสุดสหรัฐประกาศเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนเพิ่มอีก 2 แสนล้านดอลลาร์ ในอัตรา 10% ครอบคลุมสินค้าจำนวน 6,000 รายการ หลังจากปลายสัปดาห์ก่อนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขู่ว่าสหรัฐจะเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนในวงเงินสูงกว่า 5 แสนล้านดอลลาร์
 คืนนี้สหรัฐจะประกาศดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนมิ.ย. ซึ่งตลาดคาดจะเพิ่มขึ้น 0.1% เมื่อเทียบรายเดือน และเพิ่มขึ้น 3.2% เมื่อเทียบรายปี หลังจากที่เดือนพ.ค.เพิ่มขึ้น 0.5% เมื่อเทียบรายเดือน และเพิ่มขึ้น 3.1% เมื่อเทียบรายปี นอกจากนี้ติดตามการแถลงของประธานเฟดสาขาซานฟรานซิสโก
 แนวโน้มราคาทองคำ Spot คาดเคลื่อนไหวในกรอบ 1,250-1,260 ดอลลาร์/ออนซ์ โดยราคาทองคำมีแนวต้านที่ 1,260 และ 1,265 ดอลลาร์/ออนซ์ ตามลำดับ ขณะที่มีแนวรับ 1,250 และ 1,240 ดอลลาร์/ออนซ์ ตามลำดับ

Gold-D เดือนก.ย.61
Close chg Support Resistance
1,260.00 +2.33 1,252/1,242 1,262/1,267
กลยุทธ์การลงทุนใน Gold-D เทรดดิ้งระยะสั้นแนะนำซื้อขายตามกรอบราคา GDU18 ระหว่าง 1,252-1,262 ดอลลาร์

New
ตลาดการเงินต่างประเทศ : ดอลล์แข็งหลังบอนด์ยีลด์สหรัฐดีดตัว ขณะปอนด์ร่วงเหตุวิตกอนาคต Brexit
ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนที่ผ่านมา (10 ก.ค.) โดยได้แรงหนุนจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐปรับตัวขึ้น รวมทั้งข้อมูลแรงงานที่แข็งแกร่งของสหรัฐ นอกจากนี้ ดอลลาร์ยังได้รับปัจจัยบวกจากการที่นักลงทุนคลายความวิตกกังวลเกี่ยวกับสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นหลังจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ดีดตัวสู่ระดับ 2.867% และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 30 ปี ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 2.968% เมื่อคืนนี้ นอกจากนี้ ดอลลาร์ยังได้รับปัจจัยหนุนจากข้อมูลแรงงานล่าสุดของสหรัฐ ส่วนเงินปอนด์อ่อนค่าลงเนื่องจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับอนาคตของอังกฤษหลังจากการแยกตัวจากสหภาพยุโรป (Brexit) โดยนางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ กล่าวว่า รัฐสภาอังกฤษควรเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ต่างๆที่อาจเกิดขึ้นหลังจาก Brexit รวมทั้งสถานการณ์ที่ว่า อังกฤษอาจจะไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกับสหภาพยุโรป (EU) ทั้งนี้ หากอังกฤษไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกับ EU เกี่ยวกับ Brexit ก็จะส่งผลกระทบต่องบประมาณของ EU รวมทั้งสิทธิของประชาชนในสหราชอาณาจักร และ EU ในการอาศัย และเดินทางออกนอกประเทศ

ตลาดโลหะมีค่าต่างประเทศ : ทองปิดลบ $4.2 เหตุดอลล์แข็ง,นลท.ขายสินทรัพย์ปลอดภัยหลังดาวโจนส์พุ่ง
สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (10 ก.ค.) เนื่องจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ได้ส่งผลให้สัญญาทองคำมีความน่าดึงดูดน้อยลง นอกจากนี้ การพุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่องของดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กยังทำให้นักลงทุนเทขายทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัย และเข้าลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนส.ค. ลดลง 4.2 ดอลลาร์ หรือ 0.33% ปิดที่ 1,255.4 ดอลลาร์/ออนซ์ สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนก.ย. ลดลง 5.2 เซนต์ หรือ 0.32% ปิดที่ 16.087 ดอลลาร์/ออนซ์

ตลาดน้ำมันดิบต่างประเทศ: น้ำมัน WTI ปิดบวก 26 เซนต์ รับข่าวคนงานน้ำมันประท้วงในนอร์เวย์,กาบอง
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนที่ผ่านมา (10 ก.ค.) หลังจากมีรายงานว่า คนงานในอุตสาหกรรมน้ำมันของนอร์เวย์และกาบองเปิดฉากผละงานประท้วงเมื่อวานนี้ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการผลิตเชื้อเพลิงภายในประเทศ อย่างไรก็ตาม แรงบวกของสัญญาน้ำมันดิบถูกสกัดลงในระหว่างวัน หลังจากรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐส่งสัญญาณการผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรอิหร่าน สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนส.ค. เพิ่มขึ้น 26 เซนต์ หรือเกือบ 0.4% ปิดที่ 74.11 ดอลลาร์/บาร์เรล สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนก.ย. เพิ่มขึ้น 79 เซนต์ หรือ 1% ปิดที่ 78.86 ดอลลาร์/บาร์เรล
ตลาดหุ้นต่างประเทศ : ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 143.07 จุด รับความหวังผลประกอบการสดใส
ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นติดต่อกันเป็นวันที่ 4 เมื่อคืนที่ผ่านมา (10 ก.ค.) เนื่องจากนักลงทุนมีมุมมองที่เป็นบวกต่อผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน โดยหุ้นกลุ่มพลังงานดีดตัวขึ้นตามทิศทางราคาน้ำมัน ขณะที่หุ้นกลุ่มสินค้าผู้บริโภคปรับตัวขึ้นขานรับผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทเป๊ปซี่โค นอกจากนี้ ตลาดยังได้ปัจจัยหนุนจากการที่นักลงทุนเริ่มหันเหความสนใจออกจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน และจับตาผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนรายใหญ่ในสัปดาห์นี้ ซึ่งรวมถึงเจพีมอร์แกน และซิตี้กรุ๊ป ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 24,919.66 จุด พุ่งขึ้น 143.07 จุด หรือ +0.58% ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 2,793.84 จุด เพิ่มขึ้น 9.67 จุด หรือ +0.35% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,759.20 จุด เพิ่มขึ้น 3.00 จุด หรือ +0.04%

กองทัพเกาหลีใต้ตัดสินใจยกเลิกปฏิบัติการซ้อมรบ "Ulchi" หวังฟื้นฟูความสัมพันธ์เกาหลีเหนือ
เกาหลีใต้ได้ตัดสินใจยกเลิกปฏิบัติการซ้อมรบภายใต้รหัส Ulchi ซึ่งเป็นการซ้อมรบประจำปีเพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับภัยสงคราม โดยการตัดสินใจยกเลิการซ้อมรบดังกล่าวมีเป้าหมายที่จะยกระดับความสัมพันธ์กับเกาหลีเหนือ แถลงการณ์จากกระทรวงกลาโหมและกระทรวงความมั่นคงและบริการสาธารณะระบุว่า การตัดสินใจดังกล่าวมีขึ้นในระหว่างการประชุมคณะรัฐมนตรี โดยเป็นการตัดสินใจจากสถาณการณ์ความมั่นคงในปัจจุบัน รวมถึงการยกเลิกปฏิบัติการซ้อมรบร่วมระหว่างเกาหลีใต้และสหรัฐ

สหรัฐจัดตั้งกลุ่มปฏิบัติการปลดอาวุธนิวเคลียร์โดยปราศจากหน่วยงานของเกาหลีเหนือ
นางฮีทเธอร์ เนาเอิร์ท โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐเปิดเผยว่า นายไมค์ ปอมเปโอ รมว.กระทรวงต่างประเทศสหรัฐ ได้จัดตั้งกลุ่มปฏิบัติการภายใต้ความควบคุมดูแลของกระทรวงการต่างประเทศ โดยหวังที่จะบรรลุเป้าหมายการปลดอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่สหรัฐเปิดเผยว่า กลุ่มปฏิบัติการดังกล่าวไม่มีหน่วยงานจากเกาหลีเหนือรวมอยู่ด้วย คำกล่าวของนางเนาเอิร์ทมีขึ้น หลังจากทางการสหรัฐและเกาหลีเหนือได้จัดตั้งกลุ่มปฏิบัติการเพื่อกำหนดแนวทางและรายละเอียดเกี่ยวกับการปลดอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ ในระหว่างที่ทั้งสองฝ่ายหารือกันที่กรุงเปียงยาง การจัดตั้งกลุ่มปฏิบัติการของสหรัฐสะท้อนให้เห็นว่า เกาหลีเหนืออาจไม่เห็นด้วยในการจัดตั้งกลุ่มปฏิบัติการร่วมกับสหรัฐ ซึ่งอาจเกิดจากความคิดเห็นที่ไม่ตรงกันบางประการในประเด็นการปลดอาวุธนิวเคลียร์ นายปอมเปโอและนายคิม ยอง ชอล รองประธานคณะกรรมการกลางพรรคแรงงานเกาหลีเหนือ ได้ร่วมประชุมกันเป็นเวลา 2 วันเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นการประชุมระดับสูงครั้งแรกของทั้งสองชาติ นางเนาเอิร์ทให้สัมภาษณ์ว่า "นายปอมเปโอได้จัดตั้งกลุ่มปฏิบัติการหลังเสร็จสิ้นการประชุมที่สิงคโปร์ โดยมีจุดประสงค์เพื่อแสดงแผนการ นโยบาย การนำไปใช้ รวมถึงเป็นการแสดงความมุ่งมั่นของเราที่ต้องการบรรลุเป้าหมายการปลดอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ ซึ่งสอดคล้องกับแถลงการณ์ร่วมจากการประชุมที่สิงคโปร์"

"ทรัมป์" เตือนจีนอย่าแทรกแซงข้อตกลงนิวเคลียร์ระหว่างสหรัฐและเกาหลีเหนือ
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ เรียกร้องให้จีนที่กำลังทำสงครามการค้ากับสหรัฐ อย่าเข้าแทรกแซงข้อตกลงด้านการปลดอาวุธนิวเคลียร์ที่สหรัฐร่วมลงนามกับนาย คิม จอง อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ ทรัมป์เปิดเผยว่า "เราเห็นพ้องที่จะยุติโครงการอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ" พร้อมระบุว่า "จีนอาจกดดันมิให้เกาหลีเหนือปฏิบัติตามข้อตกลง เนื่องจากสหรัฐและจีนมีข้อพิพาทด้านการค้าต่อกัน ซึ่งเราหวังว่าจีนจะไม่ทำเช่นนั้น!" ทรัมป์สงสัยว่าจีนอาจมีส่วนกดดันเกาหลีเหนือไม่ให้ยินยอมต่อการเรียกร้องของสหรัฐ โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่สหรัฐและจีนมีความข้ดแย้งในด้านการเก็บภาษีและนโยบายทางการค้าอื่นๆ จนกลายเป็นสงครามทางการค้าระหว่างสองประเทศ อย่างไรก็ดี ทรัมป์กล่าวว่า เขายังคงมีความเชื่อมั่นว่า นายคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ จะปฏิบัติตามข้อตกลงที่เขาและนายคิมทำไว้เมื่อเดือนที่แล้วเกี่ยวกับการปลดอาวุธนิวเคลียร์ "ผมมีความเชื่อมั่นว่าคุณคิม จอง อึนจะปฏิบัติตามสัญญาที่เราได้ลงนาม และที่เราได้จับมือกัน โดยเราตกลงที่จะปลดอาวุธนิวเคลียร์ในเกาหลีเหนือ แต่จีนอาจกำลังกดดันเกาหลีเหนือมิให้ทำตามข้อตกลงดังกล่าว เนื่องจากท่าทีของเราต่อการค้ากับจีน ซึ่งผมหวังว่าคงไม่เป็นเช่นนั้น"

ญี่ปุ่นเผยรายงานสมุดปกขาว ชี้นโยบายการค้าสหรัฐขัดแย้งกฎการค้าเสรีของ WTO
ญี่ปุ่นได้เผยแพร่รายงานสมุดปกขาวเกี่ยวกับนโยบายการค้าของสหรัฐ โดยระบุว่า นโยบายการค้าของสหรัฐมีความขัดแย้งกับกฎการค้าเสรีขององค์การการค้าโลก (WTO) และมีแนวโน้มสูงที่จะส่งผลกระทบเชิงลบต่อเศรษฐกิจโลก เอกสารดังกล่าวที่ถูกส่งไปยังคณะรัฐมนตรีฐี่ปุ่น ระบุว่าการอุดหนุนของรัฐบาลจีนก่อให้เกิดภาวะปริมาณเหล็กล้นตลาด และเตือนว่าอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์อาจประสบปัญหาเดียวกันจากเหตุผลเดียวกันนี้นโยบายกีดกันทางการค้าของสหรัฐได้นำไปสู่การทำสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน และสหรัฐกับประเทศอื่นๆ ซึ่งส่งผลกระทบต่อตลาดเงินเนื่องจากอาจทำให้เศรษฐกิจโลกชะลอตัวลง สหรัฐได้ออกมาตรการเก็บภาษีสินค้าเหล็กและอลูมิเนียมที่นำเข้าจากประเทศคู่ค้าหลักโดยอ้างเหตุผลด้านความมั่นคง เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา สหรัฐได้ประกาศเก็บภาษีสินค้าที่นำเข้าจากจีน คิดเป็นมูลค่ากว่า 5 หมื่นล้านดอลลาร์ โดยให้เหตุผลว่าเป็นการตอบโต้การละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาและการโจรกรรมเทคโนโลยี ส่งผลให้จีนตอบโต้ด้วยการเก็บภาษีสินค้าที่นำเข้าจากสหรัฐในปริมาณเท่ากัน นอกจากนี้ รายงานสมุดปกขาวระบุด้วยว่าผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติอเมริกันจะได้รับผลกระทบมากกว่าผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติญี่ปุ่น ขณะที่ความเสียหายที่เกิดจากการฉีกความตกลงการค้าเสรีอเมริกาเหนือ (NAFTA) ยังครอบคลุมถึงการสูญเสียงานจำนวนกว่า 50,000 ตำแหน่งในอุตสาหกรรมอะไหล่รถยนต์ของสหรัฐ


คลิ๊ก!! เพื่ออ่านบทวิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำและโกลด์ฟิวเจอร์ส
หากไม่สามารถเปิดไฟล์ได้กรุณากด F5


ขอขอบคุณข้อมูลจาก
www.hghfutures.com
www.gold.in.th

About the Author
admin's picture

admin

สวัสดีครับ...หุหุ