Primary tabs

YLG : #วิเคราะห์ราคาทองคำ โดย วายแอลจีฯ (13-06-18 | 07:24 )l www.gold.in.th

| www.gold.in.th |

คำแนะนำ
เข้าซื้อเพื่อเก็งกำไรหากราคาทองคำสามารถยืนเหนือบริเวณ 1,285-1,282 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ และทยอยปิดสถานะทำกำไรบางส่วนหากไม่ผ่านบริเวณแนวต้าน 1,307-1,315 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ปัยจัยพื้นฐาน
ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวลดลง 4.80 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยได้รับแรงกดดันจากดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้นขานรับผลการประชุมสุดยอดระหว่างประธานาธิบดีทรัมป์ และนายคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือที่เป็นไปในเชิงบวก รวมไปถึงการเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค(CPI)ที่ปรับตัวขึ้น 0.2% ตามคาด อย่างไรก็ตามทองคำแกว่งตัวแคบเพื่อรอความชัดเจนเกี่ยวกับการดำเนินนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)ในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2018 จากการประชุมเฟดที่จะกำลังเสร็จสิ้นลงในคืนวันนี้เวลา 01.00 น.ตามเวลาไทย ซึ่งตลาดคาดว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้ แต่ตลาดรอฟังแถลงการณ์ของนายเจอโรม พาวเวลล์ประธานเฟด และ Dot Plot ของเจ้าหน้าที่เฟด เบื้องต้นหากตลาดตีความว่าแถลงการณ์บ่งชี้ถึงการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยที่แข็งกร้าวมากขึ้นกว่าเดิมในปีนี้ ปัจจัยดังกล่าวจะช่วยหนุนดอลลาร์และกดดันราคาทองคำได้ ในทางกลับกันหากเฟดส่งสัญญาณไม่เร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ อาจช่วยหนุนราคาทองคำให้ฟื้นตัวขึ้นได้หลังจากที่ราคาทองคำปรับตัวลดลงรับข่าวดังกล่าวไปบ้างแล้วในช่วงที่ผ่านมา อีกทั้งต้องติดตามการเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต(PPI)ของสหรัฐ

ปัยจัยทางเทคนิค
ราคาเริ่มมีการดีดตัวกลับทุกครั้งเมื่อราคาอ่อนตัวลง แต่หากการดีดตัวกลับราคาของยังไม่สามารถกลับไปทดสอบหรือยืนเหนือโซนแนวต้าน 1,307-1,315 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ อาจเกิดแรงขายซึ่งจะกดดันให้ราคาปรับตัวลง โดยมีแนวรับระยะสั้นที่ 1,285-1,282 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์การลงทุน
เน้นการเปิดสถานะซื้อหากราคาอ่อนตัวลงมาในโซน 1,285-1,282ดอลลาร์ต่อออนซ์ พร้อมลดการลงทุนหากราคาหลุด 1,280 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ทั้งนี้อาจทยอยแบ่งทองคำออกขายทำกำไรบางส่วนหากราคาทองคำไม่ผ่านแนวต้านที่ 1,307-1,315 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ผ่านได้สามารถถือต่อ

ข่าวสารประกอบการลงทุน
• (+) โอเปกเตือนข้อพิพาทการค้า,ระดับหนี้พุ่ง กระทบการขยายตัวเศรษฐกิจโลกครึ่งปีหลัง กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ออกรายงานในวันนี้ระบุว่า ข้อพิพาททางการค้าระหว่างประเทศ, ระดับหนี้ที่พุ่งขึ้น และความผันผวนที่เพิ่มขึ้นในตลาดหุ้นและตลาดการเงิน ท่ามกลางแนวโน้มการใช้นโยบายคุมเข้มทางการเงิน ถือเป็นความท้าทายซึ่งจะส่งผลกระทบการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกในครึ่งปีหลัง ทั้งนี้ โอเปกได้ปรับเพิ่มตัวเลขคาดการณ์การขยายตัวของปริมาณน้ำมันจากประเทศนอกกลุ่มโอเปก โดยปรับเพิ่มขึ้น 130,000 บาร์เรล/วัน ขณะที่ประเทศนอกกลุ่มโอเปกผลิตน้ำมันรวม 1.86 ล้านบาร์เรล/วัน โดยสูงกว่าระดับเฉลี่ยในปีที่แล้ว ขณะเดียวกัน โอเปกยังคงตัวเลขแนวโน้มอุปสงค์น้ำมันทั่วโลกที่ระดับ 98.85 ล้านดอลลาร์/วัน โดยเพิ่มขึ้น 1.65 ล้านบาร์เรล/วัน เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว

• (+) นักวิเคราะห์ผิดหวังแถลงการณ์ร่วมทรัมป์-คิม คลุมเครือ,ขาดรายละเอียด นักวิเคราะห์แสดงความผิดหวังต่อแถลงการณ์ร่วมในการประชุมสุดยอดครั้งประวัติศาสตร์ระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และนายคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ในวันนี้ นายแอนดรูว์ กิลโฮล์ม ผู้อำนวยการฝ่ายเอเชียเหนือของคอนโทรล ริสค์ กล่าวว่า แถลงการณ์ดังกล่าวมีเนื้อหาที่สั้น, คลุมเครือ และขาดรายละเอียด ขณะที่เกาหลีเหนือไม่ได้แสดงความมุ่งมั่นครั้งใหม่ในการปลดอาวุธนิวเคลียร์ ด้านนายพารัก คานนา นักวิเคราะห์จากสถาบันนโยบายสาธารณะลี กวน ยู กล่าวว่า เขาคิดว่าแถลงการณ์ในการประชุมสุดยอดวันนี้ไม่ได้ให้คำจำกัดความที่ชัดเจนเกี่ยวกับการปลดอาวุธนิวเคลียร์ โดยปธน.ทรัมป์มองว่าการปลดอาวุธนิวเคลียร์ คือการที่เกาหลีเหนือจะไม่มีอาวุธนิวเคลียร์อีกต่อไป แต่สำหรับนายคิมมองว่าการปลดอาวุธนิวเคลียร์เกาหลีเหนือจะต้องแลกกับการที่สหรัฐถอนทหารจนหมดจากเกาหลีใต้

• (-) ZEW เผยดัชนีความเชื่อมั่นเศรษฐกิจเยอรมนีทรุดต่ำสุดรอบเกือบ 6 ปีในเดือนมิ.ย. ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจยุโรป หรือ ZEW เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจของเยอรมนีลดลงสู่ระดับ -16.1 ในเดือนมิ.ย. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนก.ย.2555 จากระดับ -8.2 ในเดือนพ.ค. และต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ -14.0 นายอาคิม แวมบาค ผู้อำนวยการ ZEW กล่าวว่า การดิ่งลงของดัชนีความเชื่อมั่นได้รับผลกระทบจากข้อพิพาททางการค้าระหว่างสหรัฐและประเทศคู่ค้า รวมทั้งความไม่มั่นใจต่อนโยบายของรัฐบาลอิตาลีที่มีต่อยูโรโซน

• (+/-) สหรัฐเผยดัชนี CPI ปรับตัวขึ้น 0.2% ในเดือนพ.ค. สอดคล้องคาดการณ์ กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ปรับตัวขึ้น 0.2% ในเดือนพ.ค. เมื่อเทียบรายเดือน โดยสอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ หลังจากเพิ่มขึ้น 0.2% เช่นกันในเดือนเม.ย. เมื่อเทียบรายปี ดัชนี CPI พุ่งขึ้น 2.8% ในเดือนพ.ค. ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนก.พ.2555 หลังจากเพิ่มขึ้น 2.5% ในเดือนเม.ย. หากไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน ดัชนี CPI พื้นฐานเพิ่มขึ้น 0.2% เมื่อเทียบรายเดือน โดยสอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ หลังจากเพิ่มขึ้น 0.1% ในเดือนเม.ย. เมื่อเทียบรายปี ดัชนี CPI พื้นฐานดีดตัว 2.2% ในเดือนพ.ค. ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนก.พ.ปีที่แล้ว หลังจากเพิ่มขึ้น 2.1% ในเดือนเม.ย.

• (+/-) ดาวโจนส์ปิดลบ 1.58 จุด นักลงทุนผิดหวังซัมมิตทรัมป-คิม ขณะจับตาประชุมเฟด ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดขยับลงเมื่อคืนนี้ (12 มิ.ย.) ท่ามกลางการซื้อขายที่ผันผวน เนื่องจากนักลงทุนผิดหวังต่อแถลงการณ์ร่วมในการประชุมสุดยอดระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และนายคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ซึ่งมีความคลุมเครือและยังขาดรายละเอียดที่ชัดเจน อย่างไรก็ตาม ดัชนี S&P 500 และ Nasdaq ปิดในแดนบวกหลังจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีดีดตัวขึ้น ขณะที่นักลงทุนจับตาผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันนี้ตามเวลาสหรัฐ และการประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB) ในวันพรุ่งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 25,320.73 จุด ลดลง 1.58 จุด หรือ -0.01% ขณะที่ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 2,786.85 จุด เพิ่มขึ้น 4.85 จุด หรือ +0.17% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,703.79 จุด เพิ่มขึ้น 43.87 จุด หรือ +0.57%


คลิ๊ก!! เพื่ออ่านบทวิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำและโกลด์ฟิวเจอร์ส
หากไม่สามารถเปิดไฟล์ได้กรุณากด F5


ขอขอบคุณข้อมูลจาก
www.ylgfutures.co.th
www.gold.in.th

About the Author
admin's picture

admin

สวัสดีครับ...หุหุ