Primary tabs

YLG : #วิเคราะห์ราคาทองคำ โดย วายแอลจีฯ (16-05-18 | 08:44 l www.gold.in.th

| www.gold.in.th |

คำแนะนำ
ระหว่างวันหากราคาทองคำไม่ทะลุแนวต้าน 1,302-1,306 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อาจจะเห็นการอ่อนตัวลงทดสอบแนวรับบริเวณ 1,288-1,280 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ปัยจัยพื้นฐาน
ราคาทองคำวานนี้ปรับตัวลดลง 22.40 ดอลลาร์ต่อออนซ์หรือ -1.7% โดยได้รับแรงกดดันจากสกุลเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าแตะระดับสูงสุดในรอบ 4เดือนครึ่งอีกครั้ง ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีของสหรัฐพุ่งขึ้นสู่ระดับ 3.059% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 7 ปีหลังการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจทั้งดัชนีภาคการผลิต (Empire State Index)ที่ดีดตัวขึ้นเกินคาดสู่ระดับ 20.1 และยอดค้าปลีกที่ปรับตัวขึ้น 0.3% ในเดือนเม.ย. ซึ่งตัวเลขที่แข็งแกร่งเกินคาด ช่วยกระตุ้นการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 4 ครั้งในปีนี้ ทั้งนี้ ปัจจัยลบดังกล่าวบดบังปัจจัยบวกของทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย อย่างเหตุการณ์รุนแรงที่ฉนวนกาซาหลังกองกำลังอิสราเอลได้สังหารชาวปาเลสไตน์อย่างน้อย 60 ราย ส่งผลให้ราคาทองคำร่วงลงแรงหลุดระดับแนวรับทางจิตวิทยาและแตะระดับต่ำสุดของปีบริเวณ 1,288.30 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในระหว่างวัน สำหรับวันนี้ติดตามผลการประชุมกนง.คาดคงนโยบายการเงินตามเดิม และติดตามการเปิดเผยการอนุญาตก่อสร้าง, ข้อมูลการเริ่มสร้างบ้าน, อัตราการใช้กำลังผลิตและข้อมูลการผลิตภาคอุตสาหกรรมของสหรัฐ

ปัยจัยทางเทคนิค
หากราคาทองคำยังไม่สามารถยืนเหนือโซน 1,302-1,306 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ อาจทำให้เกิดการอ่อนตัวลงของราคาเพื่อสร้างฐานราคา โดยหากไม่สามารถยืนเหนือโซนแนวรับ 1,288 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ ก็จะเห็นการอ่อนตัวลงต่อและยังมีโอกาสที่จะราคาทดสอบแนวรับถัดไปบริเวณ 1,280 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์การลงทุน
เปิดสถานะขายในบริเวณ 1,302-1,306 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ลดพอร์ตสถานะขายหากราคาผ่าน 1,306 ดอลลาร์ต่อออนซ์) ขณะที่หากราคาอ่อนตัวลงให้พิจารณาโซน 1,288-1,280 ดอลลาร์ต่อออนซ์เป็นจุดปิดสถานะขายเพื่อทำกำไร

ข่าวสารประกอบการลงทุน
• (+) ดาวโจนส์ปิดร่วง 193 จุด วิตกบอนด์ยีลด์พุ่ง,กระแสคาดเฟดขึ้นดบ. 4 ครั้งปีนี้ ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงเมื่อคืนนี้ (15 พ.ค.) โดยได้รับแรงกดดันจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐที่พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 7 ปี นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับปัจจัยลบจากผลประกอบการที่น่าผิดหวังของบริษัทโฮม ดีโปท์ อิงค์ ซึ่งเป็นบริษัทจำหน่ายสินค้าตกแต่งบ้านที่ใหญ่ที่สุดของสหรัฐ รวมทั้งกระแสคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 4 ครั้งในปีนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 24,706.41 จุด ร่วงลง 193.00 จุด หรือ -0.78% ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,711.45 จุด ลดลง 18.68 จุด หรือ -0.68% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,351.63 จุด ลดลง 59.69 จุด หรือ -0.81%

• (+) สหรัฐคว่ำบาตรผู้ว่าการธนาคารกลางอิหร่าน ฐานสนับสนุนการเงินให้กลุ่มก่อการร้าย รัฐบาลสหรัฐได้ประกาศคว่ำบาตรนายวาลิโอลลาห์ เซอิฟ ผู้ว่าการธนาคารกลางอิหร่าน โดยระบุว่า นายเซอิฟได้ให้การสนับสนับทางการเงินและความช่วยเหลือด้านอื่นๆแก่กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ซึ่งเป็นกลุ่มก่อการร้ายในเลบานอนที่สหรัฐระบุว่าเป็นองค์กรก่อการร้าย กระทรวงการคลังสหรัฐเปิดเผยว่า นายเซอิฟได้ส่งเงินจำนวนหลายล้านดอลลาร์ในนามของกองกำลังปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC-QF)ผ่านธนาคารแห่งหนึ่งในอิรัก เพื่อส่งต่อให้กับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์

• (-) เฟดนิวยอร์กเผยดัชนีภาคการผลิตพุ่งเกินคาดในเดือนพ.ค. ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขานิวยอร์ก รายงานในวันนี้ว่า ดัชนีภาคการผลิต (Empire State Index) ดีดตัวสู่ระดับ 20.1 ในเดือนพ.ค. โดยสูงกว่าระดับ 15 ที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ ดัชนียังคงอยู่สูงกว่าระดับ 0 ซึ่งบ่งชี้ถึงการขยายตัวของภาคการผลิตในนิวยอร์ก

• (-) นักลงทุนเพิ่มคาดการณ์เฟดขึ้นดอกเบี้ย 4 ครั้งในปีนี้ หลังสหรัฐเผยตัวเลขเศรษฐกิจแข็งแกร่ง นักลงทุนเพิ่มคาดการณ์การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จำนวน 4 ครั้งในปีนี้ หลังจากที่สหรัฐเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง CME Group ระบุว่า จากการใช้เครื่องมือ FedWatch วิเคราะห์ภาวะการซื้อขายสัญญาล่วงหน้าอัตราดอกเบี้ยสหรัฐ พบว่า นักลงทุนคาดการณ์ว่ามีโอกาส 51% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนธ.ค. ซึ่งจะเป็นการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งที่ 4 ในปีนี้ นอกจากนี้ นักลงทุนยังคาดว่า เฟดมีโอกาส 95% ที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนมิ.ย. และมีโอกาส 81.4% ที่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนก.ย.

• (-) นักวิเคราะห์ดอยซ์แบงก์ฟันธงเฟดเตรียมส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ย 4 ครั้งในปีนี้ นายปีเตอร์ ฮูเปอร์ หัวหน้านักวิเคราะห์จากดอยซ์แบงก์ ซีเคียวริตีส์ ระบุว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีแนวโน้มที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าที่เคยบ่งชี้ไว้ โดยจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมากครั้งกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ "สิ่งที่เฟดต้องกังวลคือ 1.การปรับอัตราดอกเบี้ยที่ล่าช้าเกินไป จนทำให้ไม่สามารถควบคุมเงินเฟ้อได้ และ 2. การคุมเข้มมากเกินไป จนทำให้เศรษฐกิจตกอยู่ในภาวะถดถอย ซึ่งเฟดต้องรักษาสมดุลของ 2 สิ่งนี้" นายฮูเปอร์กล่าว

• (-) ดอลล์แข็งเทียบสกุลเงินหลัก รับบอนด์ยีลด์พุ่ง,เก็งเฟดขึ้นดบ. 4 ครั้งปีนี้ ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (15 พ.ค.) โดยได้ปัจจัยหนุนจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐพุ่งขึ้นหลังจากทางการสหรัฐเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง นอกจากนี้ ดอลลาร์ยังได้รับแรงบวกจากกระแสคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 4 ครั้งในปีนี้ ดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 110.33 เยน จากระดับ 109.64 เยน และแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 1.0019 ฟรังก์ จากระดับ 1.0000 ฟรังก์ ยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์ ที่ระดับ 1.1850 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1943 ดอลลาร์

• (+/-) สหรัฐเผยยอดค้าปลีกเพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือนเม.ย. สอดคล้องคาดการณ์ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ยอดค้าปลีกปรับตัวขึ้น 0.3% ในเดือนเม.ย. สอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ หลังจากพุ่งขึ้น 0.8% ในเดือนมี.ค. ยอดค้าปลีกที่เพิ่มขึ้นในเดือนเม.ย. ได้รับแรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของยอดขายน้ำมันเบนซินตามการดีดตัวของราคาน้ำมัน


คลิ๊ก!! เพื่ออ่านบทวิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำและโกลด์ฟิวเจอร์ส
หากไม่สามารถเปิดไฟล์ได้กรุณากด F5


ขอขอบคุณข้อมูลจาก
www.ylgfutures.co.th
www.gold.in.th

About the Author
admin's picture

admin

สวัสดีครับ...หุหุ