Primary tabs

YLG : #วิเคราะห์ราคาทองคำ โดย วายแอลจีฯ (19-02-18 | 08:54) l www.gold.in.th

| www.gold.in.th |

คำแนะนำ
เน้นเก็งกำไรในกรอบ 1,337-1,366 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยเปิดสถานะซื้อในโซน 1,344-1,340 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ตัดขาดทุนหากราคาหลุด 1,337 ดอลลาร์ต่อออนซ์)

ปัยจัยพื้นฐาน
ราคาทองคำศุกร์ที่ผ่านมาปิดปรับตัวลดลง 6.35 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยได้รับแรงกดดันจากดอลลาร์ที่กลับมาแข็งค่าหลังสหรัฐเปิดเผยตัวเลขการเริ่มต้นสร้างบ้านที่พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบกว่าหนึ่งปี ขณะที่ตัวเลขการอนุญาตก่อสร้างพุ่งขึ้นเกินคาดแตะระดับสูงสุดในรอบ 10 ปีครึ่ง ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเบื้องต้นของสหรัฐในเดือนก.พ.จากมหาวิทยาลัยมิชิแกนปรับตัวสูงขึ้นเกินคาดเช่นกัน สถานการณ์ดังกล่าวหนุนสกุลเงินดอลลาร์ให้แข็งค่า ขณะที่ดัชนีดาวโจนส์, S&P500และ NASDAQ ดีดตัวขึ้นขานรับข้อมูลเศรษฐกิจที่สดใสเกินคาดซึ่งเป็นปัจจัยกดดันให้เกิดแรงขายในตลาดทองคำ อย่างไรก็ตามราคาทองคำได้รับแรงหนุนจากสถานการณ์ความไม่แน่นอนทางการเมืองของสหรัฐหลังจากมีรายงานข่าวว่า อัยการพิเศษสหรัฐได้ฟ้องร้องดำเนินคดีพลเมืองและองค์กรรัสเซียฐานแทรกแซงการเลือกตั้งสหรัฐปี 2016 ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคำเพิ่มในวันศุกร์จำนวน +3.24 ตัน สำหรับวันนี้ปริมาณการซื้อขายในตลาดทองคำอาจเบาบางกว่าปกติเนื่องจากตลาดจีนยังคงปิดทำการเนื่องในเทศกาลตรุษจีน นอกจากนี้ตลาดสหรัฐปิดทำการในวันนี้เช่นกันเนื่องในวัน Presidents' Day

ปัจจัยทางเทคนิค
หากราคาทองคำทดสอบแนวต้านที่ 1,362-1,366 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่ยังไม่สามารถผ่านได้ ซึ่งนักลงทุนยังคงต้องระมัดระวังแรงขายทำกำไรเนื่องจากครั้งที่ผ่านมาเกิดแรงขายทำกำไรสลับออกมา อย่างไรก็ตามหากการอ่อนตัวลงของราคาไม่หลุดโซนแนวรับระยะสั้นอยู่ที่ 1,344-1,340 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ยังมีโอกาสที่ราคาจะดีดตัวขึ้นได้ในระยะสั้น

กลยุทธ์การลงทุน
รอจังหวะการเปิดสถานะซื้อ โดยอาจใช้บริเวณ 1,344-1,340 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และตัดขาดทุนหากหลุด 1,337 ดอลลาร์ต่อออนซ์ลงมา และสำหรับนักลงทุนที่ถือสถานะซื้ออยู่ แนะนำทยอยแบ่งปิดสถานะทำกำไรตั้งแต่ราคา 1,362-1,366 ดอลลาร์ต่อออนซ์ขึ้นไป

ข่าวสารประกอบการลงทุน
• (+) จีนออกโรงเตือนพร้อมตอบโต้หากกระทรวงพาณิชย์สหรัฐเดินหน้าเก็บภาษีโลหะ จีนเผยข้อเสนอให้มีการจัดเก็บภาษีผลิตภัณฑ์เหล็กและอลูมิเนียมของสหรัฐนั้น ไร้ซึ่งเหตุผล และจีนเองก็ขอสงวนสิทธิในการตอบโต้ หากมีการใช้มาตรการจัดเก็บภาษีดังกล่าวจริง เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยข้อเสนอแนะถึงประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ให้มีการเข้มงวดกับการนำเข้าเหล็กกล้าและอลูมิเนียม โดยแถลงการณ์ของกระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า ปริมาณและสถานการณ์เหล็กกล้าและอลูมิเนียมนำเข้าในปัจจุบันคุกคามความมั่นคงของชาติ ดังที่ระบุไว้ในมาตรา 232 ของกฎหมายการขยายการค้า (Trade Expansion Act) ฉบับปี 2505

• (+) อัยการพิเศษสหรัฐฟ้องร้องดำเนินคดีพลเมือง,องค์กรรัสเซีย ฐานแทรกแซงการเลือกตั้ง นายโรเบิร์ต มูลเลอร์ อัยการพิเศษสหรัฐ ฟ้องร้องดำเนินคดีพลเมืองรัสเซีย 13 คน และองค์กรรัสเซีย 3 แห่ง โดยกล่าวหาว่าพลเมืองและองค์กรกลุ่มนี้แทรกแซงการเลือกตั้งสหรัฐปี 2559 คำฟ้องของนายมูลเลอร์ระบุว่า จำเลยกลุ่มนี้สนับสนุนแคมเปญหาเสียงของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐคนปัจจุบัน และทำให้นางฮิลลารี คลินตัน ตัวแทนชิงตำแหน่งประธานาธิบดีจากพรรคเดโมแครตเสื่อมเสีย องค์กรที่ถูกตั้งข้อหาในครั้งนี้ หนึ่งในนั้นคือบริษัทอินเทอร์เน็ต รีเสิร์ช เอเจนซี ซึ่งคำฟ้องระบุว่า บริษัทแห่งนี้มีส่วนร่วมในปฏิบัติการแทรกแซงกระบวนการทางการเมืองในสหรัฐ

• (-) ดอลล์แข็งค่าเทียบสกุลเงินหลัก หลังสหรัฐเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจแข็งแกร่ง ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (16 ก.พ.) หลังจากสหรัฐเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง ยูโรอ่อนค่าลงแตะระดับ 1.2414 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 1.2507 ดอลลาร์สหรัฐ ปอนด์อ่อนค่าลงแตะระดับ 1.4020 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 1.4098 ดอลลาร์สหรัฐ ดอลลาร์ออสเตรเลียอ่อนค่าสู่ระดับ 0.7905 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7938 ดอลลาร์สหรัฐ ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเงินเยนที่ระดับ 106.31 เยน จากระดับ 106.26 เยน ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ปรับตัวขึ้น 0.59% สู่ระดับ 89.119 ในการซื้อขายช่วงท้าย

• (-) ความเชื่อมั่นผู้บริโภคเบื้องต้นของสหรัฐเดือนก.พ.ปรับตัวขึ้นแตะระดับ 99.9 ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเบื้องต้นของสหรัฐในเดือนก.พ.จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 99.9 จากระดับเดือนม.ค.ที่ 95.7 ซึ่งเป็นสถิติที่สูงกว่าการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่คาดว่าดัชนีจะอยู่ที่ 95.3 สาเหตุที่ดัชนีความเชื่อมั่นปรับตัวสูงขึ้นนั้น เนื่องจากตลาดแรงงานมีความแข็งแกร่ง และเศรษฐกิจก็ขยายตัวอย่างมั่นคง นอกจากนี้ ผู้บริโภคยังมีมุมองที่ดีต่อนโยบายของรัฐบาลที่ระดับ 35% ในเดือนก.พ. ซึ่งทรงตัวจากสถิติเดือนม.ค.

• (-) สหรัฐเผยตัวเลขการเริ่มสร้างบ้าน-การอนุญาตก่อสร้างพุ่งสูงขึ้นในเดือนม.ค. กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ตัวเลขการเริ่มต้นสร้างบ้านพุ่งขึ้น 9.7% ในเดือนม.ค. สู่ระดับ 1.33 ล้านยูนิต ซึ่งเป็นระดับสูงที่สุดนับตั้งแต่เดือนต.ค. 2559 หรือในรอบกว่าหนึ่งปี และสูงกว่าการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ซึ่งคาดว่าจะอยู่ที่ราว 1.24 ล้านยูนิต นอกจากนี้ กระทรวงรายงานว่า การอนุญาตก่อสร้างเพิ่มขึ้น 7.4% ในเดือนม.ค. สู่ระดับ 1.4 ล้านยูนิต ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมิ.ย.2550 หรือในรอบ 10 ปีครึ่ง และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ราว 1.3 ล้านยูนิต

• (-) ดาวโจนส์ปิดบวก 19.01 จุด ขานรับข้อมูลเศรษฐกิจสดใส ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อวันศุกร์ (16 ก.พ.) ขานรับข้อมูลเศรษฐกิจที่สดใสของสหรัฐ อย่างไรก็ตาม แรงบวกในตลาดได้ถูกสกัดลงในระหว่างวัน เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมือง หลังจากมีรายงานข่าวว่า อัยการพิเศษสหรัฐได้ฟ้องร้องดำเนินคดีพลเมืองรัสเซีย 13 คน และองค์กรรัสเซีย 3 แห่ง ฐานแทรกแซงการเลือกตั้งสหรัฐปี 2559 ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 25,219.38 จุด เพิ่มขึ้น 19.01 จุด หรือ +0.08% ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,732.22 จุด เพิ่มขึ้น 1.02 จุด หรือ +0.04% ดัชนี NASDAQ ปิดที่ 7,239.47 จุด ลดลง 16.96 จุด หรือ -0.23%


คลิ๊ก!! เพื่ออ่านบทวิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำและโกลด์ฟิวเจอร์ส
หากไม่สามารถเปิดไฟล์ได้กรุณากด F5


ขอขอบคุณข้อมูลจาก
www.ylgfutures.co.th
www.gold.in.th

About the Author
admin's picture

admin

สวัสดีครับ...หุหุ