Primary tabs

YLG : #วิเคราะห์ราคาทองคำ โดย วายแอลจีฯ (14-02-18 | 08:44) l www.gold.in.th

| www.gold.in.th |

คำแนะนำ
หากราคาทองคำไม่สามารถยืน 1,337 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ ให้แบ่งทองคำออกขายเพื่อทำกำไรบางส่วน แต่หากผ่านได้ให้ชะลอการขายออกไป และเมื่อราคาอ่อนตัวลงให้เข้าซื้อบริเวณแนวรับ 1,319-1,306 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ปัยจัยพื้นฐาน
ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 6.90 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยราคาทองคำได้รับแรงหนุนจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์หลังนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) กล่าวในระหว่างการจัดพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งว่า เฟดจะยังคงรักษาจุดยืนของการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยและปรับลดงบดุลบัญชีอย่างค่อยเป็นค่อยไป ทั้งนี้ ถ้อยแถลงของนายพาวเวลที่ตอกย้ำแนวทางในการคุมเข้มนโยบายการเงินแบบค่อยเป็นค่อยไปส่งผลให้สกุลเงินดอลลาร์อ่อนค่าซึ่งเป็นปัจจัยหนุนราคาทองคำ ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคำเพิ่มวานนี้ +2.95 ตัน ขณะที่วันนี้จับตาการเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ประจำเดือนม.ค.ของสหรัฐเวลา 20.30 น.ตามเวลาไทยซึ่งถือเป็นตัวเลข CPI ที่มีความสำคัญที่สุดในรอบ 10 ปี เนื่องจากอาจส่งผลต่อการคาดการณ์การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดในปีนี้ โดยหากตัวเลขดังกล่าวบ่งชี้ถึงเงินเฟ้อที่พุ่งขึ้นอาจกระตุ้นความกังวลที่ว่าเฟดอาจเร่งขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าที่คาดซึ่งอาจสร้างความผันผวนให้แก่สินทรัพย์ต่างๆรวมถึงทองคำดังเช่นที่เคยเกิดขึ้นในสัปดาห์ก่อน นักลงทุนจึงควรจับตาอย่างใกล้ชิด

ปัจจัยทางเทคนิค
หากราคาทองคำทดสอบแนวต้านที่ 1,337 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่ยังไม่สามารถผ่านได้ ซึ่งนักลงทุนยังคงต้องระมัดระวังแรงขายทำกำไร อย่างไรก็ตามหากการอ่อนลงของราคาไม่หลุดโซนแนวรับ 1,319 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แสดงว่าแรงซื้อเพิ่มสูงขึ้นจากช่วงก่อนหน้าและราคาพยายามทรงตัวในระดับสูง

กลยุทธ์การลงทุน
แบ่งทองคำออกขายทำกำไรบางส่วนหากราคาทองคำไม่ผ่านแนวต้านที่ 1,337 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพื่อรอเข้าซื้อหวังทำกำไรจากการดีดตัวขึ้นหากการอ่อนตัวลงสามารถยืนเหนือโซน 1,319 ดอลลาร์ต่อออนซ์ สำหรับสถานะขายตัดขาดทุนหากราคายืนเหนือ 1,337 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ข่าวสารประกอบการลงทุน
• (+) พาวเวลเผยเฟดยังคงจับตาความเสี่ยงที่อาจกระทบเสถียรภาพตลาดการเงิน นายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) กล่าวว่า เฟดจะยังคงจับตาความเสี่ยงที่อาจจะกระทบต่อเสถียรภาพของตลาดการเงิน นอกจากนี้ นายพาวเวลยังระบุว่า เฟดจะรักษาประโยชน์ที่ได้รับจากการกำหนดกฎระเบียบในช่วงที่เกิดวิกฤตการเงินในปี 2550-2552 รวมทั้งสร้างความมั่นใจว่านโยบายของเฟดจะมีประสิทธิภาพมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ทั้งนี้ นายพาวเวลได้เข้ารับตำแหน่งประธานเฟดอย่างเป็นทางการเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว แต่ในวันนี้มีการจัดพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่ง โดยมีสมาชิกครอบครัว และมิตรสหายเข้าร่วมในพิธี ผู้ประกอบพิธีสาบานตนของนายพาวเวลในวันนี้คือ นายแรนดอลล์ ควอลส์ ซึ่งเป็นรองประธานเฟดฝ่ายดูแลกฎระเบียบทางการเงิน นายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) กล่าวว่า เฟดจะยังคงจับตาความเสี่ยงที่อาจจะกระทบต่อเสถียรภาพของตลาดการเงิน นอกจากนี้ นายพาวเวลยังระบุว่า เฟดจะรักษาประโยชน์ที่ได้รับจากการกำหนดกฎระเบียบในช่วงที่เกิดวิกฤตการเงินในปี 2550-2552 รวมทั้งสร้างความมั่นใจว่านโยบายของเฟดจะมีประสิทธิภาพมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

• (+) ดอลล์อ่อนเทียบค่าเงินหลัก หลังปธ.เฟดย้ำจุดยืนขึ้นดอกเบี้ยค่อยเป็นค่อยไป ดอลลาร์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยนที่ระดับ 107.68 เยน จากระดับ 108.68 เยน ยูโรแข็งค่าขึ้นแตะระดับ 1.2363 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2285 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นแตะระดับ 1.3886 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3830 ดอลลาร์ และดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้นแตะระดับ 0.7859 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7845 ดอลลาร์ ดอลลาร์อ่อนค่าลงหลังจากนายพาวเวลได้ขึ้นกล่าวสุนทรพจน์เป็นครั้งแรกหลังจากเข้ารับตำแหน่งประธานเฟด โดยเขาย้ำว่า เฟดจะยังคงจับตาความเสี่ยงที่อาจจะกระทบต่อเสถียรภาพของตลาดการเงิน นอกจากนี้ นายพาวเวลกล่าวว่า เฟดจะยังคงรักษาจุดยืนของการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยและปรับลดงบดุลบัญชีอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยจะพิจารณาจากแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกเป็นหลัก นักวิเคราะห์มองว่า ถ้อยแถลงของนายพาวเวลทำให้นักลงทุนคลายความวิตกกังวล และชะลอการซื้อสกุลเงินดอลลาร์ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัย

• (-) แรงซื้อหุ้นแบงก์หนุนดาวโจนส์ปิดบวก 39.18 จุด ขณะนักลงทุนจับตา CPI สหรัฐ ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกติดต่อกันเป็นวันที่ 3 เมื่อคืนนี้ (13 ก.พ.) โดยได้แรงหนุนจากการดีดตัวขึ้นของหุ้นกลุ่มธนาคาร และผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทจดทะเบียนรายใหญ่ ซึ่งรวมถึง บริษัทอันเดอร์ อาร์เมอร์ ผู้ผลิตเครื่องกีฬาชั้นนำ ขณะที่นักลงทุนจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ประจำเดือนม.ค.ของสหรัฐในวันนี้อย่างใกล้ชิด โดยตัวเลขดังกล่าวจะบ่งชี้ถึงสถานการณ์เงินเฟ้อในสหรัฐ และทิศทางการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในปีนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 24,640.45 จุด เพิ่มขึ้น 39.18 จุด หรือ +0.16% ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,662.94 จุด เพิ่มขึ้น 6.94 จุด หรือ +0.26% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,013.51 จุด เพิ่มขึ้น 31.55 จุด หรือ +0.45%

• (+/-) นักวิเคราะห์ชี้ตัวเลข CPI ที่สหรัฐจะเปิดเผยวันนี้ มีความสำคัญที่สุดในรอบ 10 ปี กระทรวงแรงงานสหรัฐจะเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ประจำเดือนม.ค.ในวันนี้ เวลา 20.30 น.ตามเวลาไทย นายทอม เอสเซย์ ผู้ก่อตั้งเดอะ เซเวนส์ รีพอร์ท กล่าวว่า ตัวเลข CPI ที่จะมีการเปิดเผยในวันพรุ่งนี้ จะเป็นตัวเลข CPI ที่มีความสำคัญที่สุดในรอบ 10 ปี เนื่องจากเงินเฟ้อที่พุ่งขึ้น ซึ่งจะเป็นปัจจัยทำให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ได้กลายเป็นปัจจัยเสี่ยงใหญ่ที่สุดต่อการทะยานขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบหลายปีของตลาดหุ้นในขณะนี้ ทั้งนี้ ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทปรับตัวอย่างผันผวนในสัปดาห์ที่แล้ว ท่ามกลางความวิตกเกี่ยวกับเงินเฟ้อที่พุ่งขึ้น หลังเศรษฐกิจสหรัฐมีการขยายตัวที่แข็งแกร่ง โดยดัชนีดาวโจนส์ทรุดตัวลงมากกว่า 1,000 จุดเป็นเวลา 2 วัน ขณะที่พุ่งขึ้นกว่า 300 จุดเป็นเวลา 2 วันเช่นกัน ผลการสำรวจนักวิเคราะห์ระบุว่า ในวันพรุ่งนี้ กระทรวงแรงงานสหรัฐจะเปิดเผยดัชนี CPI ประจำเดือนม.ค.ชะลอตัวสู่ระดับ 1.9% เมื่อเทียบรายปี จากระดับ 2.1% ในเดือนธ.ค. ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าตลาดหุ้นอาจเผชิญภาวะทรุดตัวอย่างหนักอีกครั้งในวันพรุ่งนี้ หากดัชนี CPI พุ่งขึ้นมากกว่าคาด


คลิ๊ก!! เพื่ออ่านบทวิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำและโกลด์ฟิวเจอร์ส
หากไม่สามารถเปิดไฟล์ได้กรุณากด F5


ขอขอบคุณข้อมูลจาก
www.ylgfutures.co.th
www.gold.in.th

About the Author
admin's picture

admin

สวัสดีครับ...หุหุ