Primary tabs

YLG : #วิเคราะห์ราคาทองคำ โดย วายแอลจีฯ (12-01-18 | 08:57) l www.gold.in.th

| www.gold.in.th |

คำแนะนำ
เน้นการเก็งกำไรในกรอบ 1,307-1,337 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากราคาทองคำยังคงพยายามยืนเหนือโซนแนวรับแรกได้ ทำให้ราคายังคงมีโอกาสขยับขึ้นเพื่อทดสอบแนวต้าน 1,328-1,337 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ปัยจัยพื้นฐาน
ราคาทองคำวานนี้ปิดเพิ่มขึ้นจากการอ่อนค่าของดอลลาร์ หลังจากยูโรทะยานขึ้นขานรับรายงานการประชุมประจำเดือนธ.ค.ของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ที่ได้รับการเปิดเผยวานนี้ซึ่งบ่งชี้ว่า ECB เตรียมจะลดวงเงินในโครงการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) และเตรียมจะถอนตัวจากการใช้นโยบายผ่อนคลายทางการเงิน ประกอบกับดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของสหรัฐลดลง 0.1% ในเดือนธ.ค. ซึ่งเป็นการลดลงครั้งแรกในรอบเกือบปีครึ่งสวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะปรับตัวขึ้น 0.2% ในเดือนธ.ค. ด้านจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานเพิ่มขึ้นเป็นสัปดาห์ที่ 4 ติดต่อกัน โดยเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 261,000 รายในสัปดาห์ที่แล้วและเพิ่มขึ้นมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลงสู่ระดับ 245,000 ราย สถานการณ์ดังกล่าวกดดันดัชนีดอลลาร์ให้ร่วงสู่จุดต่ำสุดรอบเกือบ 1 สัปดาห์และเป็นปัจจัยหนุนราคาทองคำ อย่างไรก็ตามการพุ่งขึ้นของตลาดหุ้นวอลล์ สตรีทที่นำโดยหุ้นกลุ่มพลังงานเป็นปัจจัยสกัดช่วงบวกราคาทองคำที่อยู่ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเช่นกัน สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI)และยอดค้าปลีก (Retail Sales)ของสหรัฐ

ปัจจัยทางเทคนิค
หากราคาทองคำพยายามรักษาระดับเหนือโซน 1,315 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้เบื้องต้นประเมินว่าในระยะสั้น ยังคงมีโอกาสปรับตัวขึ้นได้ โดยหากทะลุ 1,328 ดอลลาร์ต่อออนซ์ไปได้ แนวต้านสำคัญจะอยู่ในโซน 1,337 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่แนวรับนั้นอยู่ในบริเวณ 1,315-1,307 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์การลงทุน
อาจเก็งกำไรในกรอบ 1,307-1,337 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยรอการอ่อนตัวลงเพื่อเปิดสถานะซื้อในโซนใกล้ 1,315-1,307 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากหลุดอาจชะลอการลงทุนเพื่อรอดูการตั้งฐานของราคาทองคำ ขณะที่หากราคาดีดตัวขึ้นไม่สามารถผ่าน 1,328-1,337 ดอลลาร์ต่อออนซ์แนะนำให้ปิดสถานะซื้อ

ข่าวสารประกอบการลงทุน
• (+) สหรัฐเผยจำนวนผู้ขอสวัสดิการว่างงานสูงสุดรอบกว่า 3 เดือนในสัปดาห์ที่แล้ว กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า จำนวนชาวอเมริกันที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกเพิ่มขึ้นเป็นสัปดาห์ที่ 4 ติดต่อกัน โดยเพิ่มขึ้น 11,000 ราย สู่ระดับ 261,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนก.ย.ปีที่แล้ว นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่าจำนวนชาวอเมริกันที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกจะลดลงสู่ระดับ 245,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว

• (+) รายงานการประชุมบ่งชี้ ECB เตรียมถอนตัวจากการใช้นโยบายผ่อนคลายทางการเงิน ธนาคารกลางยุโรป (ECB) เปิดเผยรายงานการประชุมประจำเดือนธ.ค.ในวันนี้ โดยระบุว่า คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของ ECB จะทำการทบทวนแนวทางการสื่อสารของ ECB ในต้นปีนี้ และจะทำการปรับการใช้ถ้อยคำในแถลงการณ์ของการประชุมอย่างค่อยเป็นค่อยไปเพื่อสะท้อนถึงแนวโน้มเศรษฐกิจที่มีการขยายตัวมากขึ้น รายงานการประชุมดังกล่าวบ่งชี้ว่า ECB จะตัดถ้อยคำที่ว่า "ECB จะซื้อพันธบัตรจนกระทั่งอัตราเงินเฟ้อกลับสู่เป้าหมายของ ECB" และเป็นการส่งสัญญาณว่า ECB พร้อมจะลดวงเงินในโครงการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ซึ่งมีมูลค่า 2.55 ล้านล้านยูโร โดยจะถอนตัวจากการใช้นโยบายผ่อนคลายทางการเงิน

• (+) สหรัฐเผยดัชนี PPI ลดลงครั้งแรกรอบเกือบ 1 ปีครึ่งในเดือนธ.ค. กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ลดลง 0.1% ในเดือนธ.ค.เมื่อเทียบรายเดือน ซึ่งเป็นการลดลงครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนส.ค.2559 หลังจากที่ได้เพิ่มขึ้น 0.4% ติดต่อกัน 2 เดือน การร่วงลงของดัชนี PPI ได้รับผลกระทบจากการดิ่งลงของราคาในภาคบริการ เมื่อเทียบรายปี ดัชนี PPI เพิ่มขึ้น 2.6% หลังจากพุ่งขึ้น 3.1% ในเดือนพ.ย. นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่า ดัชนี PPI ปรับตัวขึ้น 0.2% ในเดือนธ.ค.เมื่อเทียบรายเดือน และเพิ่มขึ้น 3.0% เมื่อเทียบรายปี ดัชนี PPI เพิ่มขึ้น 2.6% ในปีที่แล้ว หลังจากปรับตัวขึ้น 1.7% ในปี 2559

• (+) ยูโรทะยานหลัง ECB เผยอาจทบทวนนโยบายเร็วๆนี้ ยูโรทะยานขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์ในวันพฤหัสบดี หลังจากที่ธนาคารกลางยุโรป (ECB) เปิดเผยว่า อาจจะทบทวนจุดยืนด้านนโยบายในต้นปีนี้ ซึ่งหนุนความหวังที่ว่า เจ้าหน้าที่กำหนดนโยบายกำลังเตรียมที่จะลดแผนกระตุ้นการเงินในวงกว้าง รายงานการประชุมเดือนธ.ค.ของ ECB แสดงว่า ในขณะที่ยูโรโซนมีการขยายตัวทางเศรษฐกิจดีที่สุดในรอบ 1 ทศวรรษ ECB ควรจะปรับจุดยืนอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดความผันผวน และควรพิจารณาทบทวนปรับนโยบายในวงกว้าง เพื่อลดจุดสนใจในการซื้อพันธบัตร และเพิ่มการเน้นย้ำไปที่อัตราดอกเบี้ย นักวิเคราะห์กล่าวว่า "รายงานการประชุมมีความโน้มเอียงไปทางสนับสนุนการขึ้นอัตราดอกเบี้ย เรื่องนี้ได้มีการคาดการณ์มานานแล้ว แต่มีการเปิดเผยอย่างเป็นทางการมากขึ้นในรายงานการประชุมเกี่ยวกับแนวทางที่ ECB จัดจัดการกระบวนการชี้นำต่อไป" ยูโรปรับขึ้น 0.77% มาที่ 1.2037 ดอลลาร์ มีแนวโน้มที่จะเดินหน้าขึ้นสูงสุดในวันเดียวเมื่อเทียบกับดอลลาร์ในรอบราว 2 เดือน ดัชนีดอลลาร์ ปรับลง 0.5% มาที่ 91.869 หลังจากที่ร่วงสู่จุดต่ำสุดรอบเกือบ 1 สัปดาห์ที่ 91.787 ดอลลาร์ร่วงลงต่อเนื่อง หลังจากที่ข้อมูลแสดงว่า ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของสหรัฐร่วงลงเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 1 ปีครึ่งในเดือนธ.ค. ท่ามกลางต้นทุนที่ลดลงสำหรับบริการ เงินเฟ้อที่อ่อนแอในระดับผู้ผลิตอาจจะทำให้มีความวิตกเพิ่มขึ้นว่า ปัจจัยที่ยับยั้งเงินเฟ้ออาจจะดำเนินไปต่อเนื่องมากขึ้น และส่งผลให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีความระมัดระวังมากขึ้นเกี่ยวกับการขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้

• (-) ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทปรับตัวเพิ่มจากแรงหนุนของราคาน้ำมัน ตลาดหุ้นวอลล์ สตรีททะยานสู่ระดับประวัติการณ์ในวันพฤหัสบดีเนื่องจากราคาน้ำมันปรับสูงขึ้นผลักดันให้ราคาหุ้นกลุ่มพลังงานดีดตัวและนักลงทุนลองเสี่ยงในฤดูรายงานผลประกอบการของบริษัทสหรัฐ ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปรับขึ้น 205.6 จุด หรือ 0.81% สู่ระดับ 25,574.73 ในช่วงปิดตลาดวันพฤหัสบดี, ดัชนี S&P 500 ปรับขึ้น 19.33 จุด หรือ 0.70% สู่ระดับ 2,767.56 และดัชนี Nasdaq Composite ปรับขึ้น 58.21 จุด หรือ 0.81% ปิดตลาดที่ 7,211.78


คลิ๊ก!! เพื่ออ่านบทวิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำและโกลด์ฟิวเจอร์ส
หากไม่สามารถเปิดไฟล์ได้กรุณากด F5


ขอขอบคุณข้อมูลจาก
www.ylgfutures.co.th
www.gold.in.th

About the Author
admin's picture

admin

สวัสดีครับ...หุหุ