Investing.comForex Charts powered by Investing.com

Primary tabs

YLG : #วิเคราะห์ราคาทองคำ โดย วายแอลจีฯ (15-11-17 | 08:45) l www.gold.in.th

| www.gold.in.th |

คำแนะนำ
เน้นเก็งกำไรในกรอบ 1,288-1,266 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยเปิดสถานะซื้อในโซน 1,266 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ตัดขาดทุนหากราคาหลุด 1,266 ดอลลาร์ต่อออนซ์)

ปัยจัยพื้นฐาน
ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 3.02 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยได้รับแรงหนุนจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ หลังสกุลเงินยูโรพุ่งขึ้นขานรับการเปิดเผยตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ(GDP) ประจำไตรมาส 3 ของเยอรมนีที่ขยายตัวเกินคาดที่ระดับ 0.8% ส่งผลให้สกุลเงินยูโรปรับตัวขึ้น 1.11% สู่ระดับ 1.1794 ดอลลาร์และเป็นการปรับตัวขึ้นในวันเดียวเมื่อคิดเป็นเปอร์เซนต์มากที่สุดเมื่อเทียบกับดอลลาร์นับตั้งวันที่ 27 มิ.ย. นอกจากนี้การปรับตัวลงของตลาดหุ้นสหรัฐทั้งดัชนีดาวโจนส์, S&P 500 และ Nasdaq จากการร่วงลงของราคาน้ำมันดิบเป็นอีกปัจจัยที่กระตุ้นแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยอีกด้วย อย่างไรก็ดีการเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต(PPI)ของสหรัฐที่เพิ่มขึ้นเกินคาดที่ระดับ 0.4% ในเดือนต.ค.ซึ่งจะสนับสนุนการเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐหรือเฟดเป็นปัจจัยที่สกัดช่วงบวกของราคาทองคำไว้เช่นกัน ทั้งนี้ แนะนำนักลงทุนจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค(CPI), ยอดค้าปลีกและดัชนีภาคการผลิตรัฐนิวยอร์กของสหรัฐในคืนวันนี้เพื่อใช้เป็นปัจจัยชี้นำทิศทางราคาทองคำในระยะสั้น

ปัจจัยทางเทคนิค
หากราคาทองคำทดสอบแนวต้านที่ 1,285-1,288 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่ยังไม่สามารถผ่านได้ นักลงทุนยังคงต้องระมัดระวังแรงขายทำกำไรเนื่องจากครั้งที่ผ่านมาเมื่อราคาทองคำมีการปรับตัวขึ้นยังคงมีแรงขายออกมาเช่นกัน อย่างไรก็ตามหากการอ่อนลงของราคาไม่หลุดโซนแนวรับระยะสั้นอยู่ที่ 1,266 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ประเมินว่าเป็นการอ่อนตัวลงเพื่อสะสมแรงซื้ออีกครั้ง

กลยุทธ์การลงทุน
รอจังหวะการเปิดสถานะซื้อ โดยอาจใช้บริเวณ 1,266 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และตัดขาดทุนหากหลุด 1,266 ดอลลาร์ต่อออนซ์ลงมา และสำหรับนักลงทุนที่ถือสถานะซื้ออยู่ แนะนำทยอยแบ่งปิดสถานะทำกำไรตั้งแต่ราคา 1,285-1,288 ดอลลาร์ต่อออนซ์ขึ้นไป

ข่าวสารประกอบการลงทุน
• (+) ยูโรพุ่งรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งในเยอรมนี ยูโรพุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 2 สัปดาห์ครึ่งเมื่อเทียบกับดอลลาร์ในวันอังคาร และปรับตัวขึ้นเป็นเปอร์เซนต์มากที่สุดในรอบกว่า 4 เดือน หลังการเปิดเผยข้อมูลบ่งชี้ว่า เศรษฐกิจของเยอรมนีขยายตัวขึ้นเกินคาดในไตรมาส 3 ยูโรปรับตัวขึ้น 1.11% สู่ระดับ 1.1794 ดอลลาร์ โดยปรับตัวขึ้นวันเดียวเมื่อคิดเป็นเปอร์เซนต์มากที่สุดเมื่อเทียบกับดอลลาร์นับตั้งวันที่ 27 มิ.ย. ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของเยอรมนีปรับตัวขึ้น 0.8% ในไตรมาส 3 มากกว่าที่ผลสำรวจของรอยเตอร์คาดไว้ที่ 0.6% นอกจากนี้ สถาบัน ZEW ยังระบุว่า ความเชื่อมั่นของนักลงทุนในเยอรมนีปรับตัวขึ้นในเดือนพ.ย. และแนวโน้มเศรษฐกิจยังคงเป็นไปในเชิงบวก ดัชนีดอลลาร์ซึ่งวัดค่าดอลลาร์เมื่อเทียบกับตะกร้า 6 สกุลเงินสำคัญลดลง 0.7% สู่ระดับ 93.828 โดยดัชนีดอลลาร์แทบไม่เปลี่ยนแปลงหลังข้อมูลบ่งชี้ว่า ดัชนีราคาผู้ผลิตของสหรัฐเพิ่มขึ้นเกินคาดในเดือนต.ค. นักลงทุนมุ่งความสนใจในขณะนี้ไปที่การเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภคของสหรัฐในวันพุธนี้ ขณะที่คาดว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนหน้า ยูโรปรับตัวขึ้น 0.74% เมื่อเทียบกับปอนด์ ขณะที่ปอนด์อ่อนค่าลงหลังการเปิดเผยข้อมูลเงินเฟ้อของอังกฤษออกมาต่ำกว่าคาด

• (+) หุ้นกลุ่มพลังงานร่วงตามราคาน้ำมันฉุดดาวโจนส์ปิดลบ ตลาดหุ้นสหรัฐปิดปรับตัวลงในวันอังคาร ขณะที่หุ้นเจเนอรัล อิเล็กทริก (จีอี) ร่วงลงเป็นวันที่สองติดต่อกัน และการร่วงลงของราคาน้ำมันดิบถ่วงหุ้นกลุ่มพลังงาน หุ้นจีอีร่วงลง 5.9% หลังนักลงทุนไม่แน่ใจเกี่ยวกับแผนการของซีอีโอคนใหม่ในการปรับปรุงบริษัท ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดลบ 30.23จุดหรือ 0.13% สู่ระดับ 23,409.47, ดัชนี S&P 500 ปิดลดลง 5.97 จุดหรือ 0.23% สู่ระดับ 2,578.87 และดัชนี Nasdaq ปิดปรับตัวลง 19.72 จุดหรือ 0.29% สู่ระดับ 6,737.87 จำนวนหุ้นลบมากกว่าหุ้นบวก 1.47 ต่อ 1 ในตลาดนิวยอร์คและ 1.23ต่อ 1 ในตลาด Nasdaq ปริมาณการซื้อขายอยู่ที่ราว 6.73 พันล้านหุ้น เท่ากับปริมาณเฉลี่ยในรอบ 20 วันทำการที่ผ่านมา หุ้นกลุ่มพลังงานร่วงลงมากที่สุด หลังราคาน้ำมันดิ่งลงรุนแรงที่สุดในรอบ 1 เดือน เนื่องจากสำนักงานพลังงานสากลคาดว่าการผลิตน้ำมันดิบในสหรัฐจะเพิ่มขึ้น และเป็นแนวโน้มที่ซบเซาสำหรับการขยายตัวของอุปสงค์ทั่วโลก ดัชนี S&P หุ้นกลุ่มพลังงานร่วง 1.5% มากที่สุดในรอบกว่า 4 เดือน ส่วนหุ้นกลุ่มจ่ายเงินปันผลสูง อาทิ กลุ่มสาธารณูปโภคและกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคปรับตัวขึ้นมากที่สุด

• (-) สื่อเผยประธานเฟดดัลลัสกำลังพิจารณาหนุนขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนหน้า หนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียล ไทม์สรายงานว่า นายโรเบิร์ต แคปแลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาดัลลัส กำลังพิจารณาสนับสนุนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเฟดเดือนหน้า "อดีตที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่า ถ้าเศรษฐกิจมีการขยายตัวอย่างมาก เฟดก็จำเป็นที่จะต้องดำเนินการเพื่อให้ตามทันการปรับตัวของเศรษฐกิจ" นายแคปแลนกล่าว ต่อข้อถามที่ว่า เขากำลังพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนหน้าหรือไม่ นายแคปแลนกล่าวว่า เขากำลังพิจารณามาตรการที่เหมาะสม ประธานเฟดสาขาดัลลัส ยังกล่าวว่า อัตราการว่างงานที่ระดับต่ำเป็นประวัติการณ์ ซึ่งแตะระดับต่ำสุดในรอบ 17 ปีในเดือนต.ค. จำเป็นต้องได้รับการจับตาอย่างระมัดระวัง

• (-) สหรัฐเผยดัชนี PPI พุ่งเกินคาดในเดือนต.ค. กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เพิ่มขึ้น 0.4% ในเดือนต.ค.เมื่อเทียบรายเดือน หลังจากเพิ่มขึ้น 0.4% เช่นกันในเดือนก.ย. การดีดตัวของดัชนี PPI ได้รับแรงหนุนจากการปรับตัวขึ้นของราคาในภาคบริการ เมื่อเทียบรายปี ดัชนี PPI พุ่งขึ้น 2.8% ในเดือนต.ค. ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนก.พ.2555 หลังจากเพิ่มขึ้น 2.6% ในเดือนก.ย. นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่า ดัชนี PPI ปรับตัวขึ้น 0.1% ในเดือนต.ค.เมื่อเทียบรายเดือน และเพิ่มขึ้น 2.4% เมื่อเทียบรายปี ส่วนดัชนี PPI พื้นฐาน ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหาร,พลังงาน และภาคบริการ เพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือนต.ค. เมื่อเทียบรายเดือน โดยได้เพิ่มขึ้น 0.2% เป็นเวลา 3 เดือนติดต่อกัน เมื่อเทียบรายปี ดัชนี PPI พื้นฐาน เพิ่มขึ้น 2.3% ในเดือนต.ค. หลังจากดีดตัวขึ้น 2.1% ในเดือนก.ย.


คลิ๊ก!! เพื่ออ่านบทวิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำและโกลด์ฟิวเจอร์ส
หากไม่สามารถเปิดไฟล์ได้กรุณากด F5


ขอขอบคุณข้อมูลจาก
www.ylgfutures.co.th
www.gold.in.th

About the Author
admin's picture

admin

สวัสดีครับ...หุหุ