Investing.comForex Charts powered by Investing.com

Primary tabs

YLG : #วิเคราะห์ราคาทองคำ โดย วายแอลจีฯ (13-09-17 | 08:52) l www.gold.in.th

| www.gold.in.th |

คำแนะนำ
เข้าซื้อเพื่อเก็งกำไรหากราคาทองคำสามารถยืนเหนือบริเวณ 1,322-1,316 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ และทยอยปิดสถานะทำกำไรบางส่วนหากไม่ผ่านบริเวณแนวต้าน 1,337 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ปัจจัยพื้นฐาน
ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 4.62 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยราคาทองคำได้แรงหนุนจากความต้องการทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย จากความวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ตึงเครียดในเกาหลีเหนือที่กลับมาอีกครั้งหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐกล่าวว่า มาตรการคว่ำบาตรล่าสุดที่ยูเอ็นนำมาใช้กับเกาหลีเหนือ ถือเป็นเพียงขั้นตอนที่เล็กมาก และไม่สามารถเทียบได้กับสิ่งที่จำเป็นต้องเกิดขึ้นเพื่อใช้จัดการกับโครงการนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ อย่างไรก็ตามราคาทองคำปรับตัวขึ้นในเกณฑ์จำกัดโดยถูกสกัดช่วงบวกจากตลาดหุ้นสหรัฐที่ปรับตัวขึ้นและปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ของ ขณะที่สกุลเงินดอลลาร์ยังคงสามารถทรงตัวอยู่สูงกว่าจุดต่ำสุดรอบ 2 ปีครึ่งที่ทำไว้ในวันศุกร์ที่ผ่านมา ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคำเพิ่มวานนี้ 2.96 ตัน ขณะที่วันนี้ติดตามการเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI)ของสหรัฐในวันนี้เวลา 19.30 น.ตามเวลาไทย คาดว่า ดัชนี PPI ทั่วไปอาจเพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือนส.ค. หลังจากลดลง 0.1% ในเดือนก.ค.

ปัจจัยทางเทคนิค
ราคาทองคำอ่อนตัวลงจนสามารถสร้างระดับต่ำสุดใหม่จากหลายวันก่อนหน้า หากการดีดตัวขึ้นค่อนข้างจำกัดแสดงถึงแรงเข้าซื้อในระยะสั้นยังคงไม่แข็งแกร่งทั้งนี้ ทำให้ประเมินแนวรับระยะสั้นนั้นอยู่ในบริเวณ 1,322-1,316 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากราคาไม่หลุดยังคงมีโอกาสที่ราคาจะทดสอบแนวต้านบริเวณ 1,337 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์การลงทุน
เน้นการซื้อ-ขายระยะสั้นจากการแกวง่ตัว โดยเข้าซื้อหากราคาอ่อนตัวลงมาในโซน 1,322-1,316 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และเตรียมพร้อมลดการถือทองคำลงหากราคาหลุด 1,307 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ทั้งนี้ อาจทยอยแบ่งทองคำออกขายทำกำไรบางส่วนหากราคาทองคำไม่ผ่านแนวต้านที่ 1,337 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ข่าวสารประกอบการลงทุน
• (+) นักวิเคราะห์ชี้การคว่ำบาตรอย่างเดียวไม่ช่วยคาบสมุทรเกาหลีปลอดอาวุธนิวเคลียร์ หากประวัติศาสตร์เคยให้บทเรียนในเรื่องนิวเคลียร์คาบสมุทรเกาหลี บทเรียนเหล่านั้นย่อมทำให้เรารู้ว่า การใช้มาตรการคว่ำบาตรเพื่อให้เกาหลีเหนือยุติโครงการอาวุธนิวเคลียร์นั้น มีแต่จะทำให้ผิดหวัง และไม่เกิดผลดีอันใด คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) มีมติเป็นเอกฉันท์ในการประชุมซึ่งเสร็จสิ้นเมื่อวานนี้ตามเวลาสหรัฐ ให้คว่ำบาตรเกาหลีเหนือรอบใหม่ หลังจากที่เกาหลีเหนือทำการทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ครั้งที่ 6 เมื่อวันที่ 3 ก.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นการทดสอบนิวเคลียร์ครั้งร้ายแรงที่สุด มาตรการคว่ำบาตรรอบใหม่ระบุให้ลดการส่งออกน้ำมันให้กับเกาหลีเหนือลงเกือบ 30% กำหนดเพดานการจัดหาหรือส่งออกผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมให้กับเกาหลีเหนือเอาไว้ที่ระดับ 2 ล้านบาร์เรลต่อปี ระงับการส่งออกก๊าซเหลวธรรมชาติ และน้ำมันดิบประเภทไลท์ครูดคอนเดนเสทให้กับเกาหลีเหนือ ห้ามเกาหลีเหนือทำการส่งออกสิ่งทอทั้งหมด ซึ่งคิดเป็นมูลค่ารวม 800 ล้านดอลลาร์ และห้ามไม่ให้ชาวเกาหลีเหนือที่ทำงานในต่างประเทศส่งเงินกลับประเทศ จากสถิติพบว่า การคว่ำบาตรครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 8 ที่องค์การสหประชาชาติ (UN) ดำเนินการต่อเกาหลีเหนือ นับตั้งแต่ที่เกาหลีเหนือได้ทำการทดสอบระเบิดนิวเคลียร์ใต้ดินครั้งแรกเมื่อปี 2549 แต่ถึงกระนั้น ตลอดกว่าทศวรรษที่ผ่านมา วิกฤตนิวเคลียร์ในคาบสมุทรเกาหลีกลับยิ่งถลำลึกอยู่ในวังวนอันไร้ที่สิ้นสุด และการทดสอบอาวุธนิวเคลียร์และขีปนาวุธก็จุดชนวนให้เกิดการคว่ำบาตรครั้งแล้วครั้งเล่า และรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งอาจกล่าวได้ว่า ยิ่งบทลงโทษรุนแรงขึ้นเท่าใด ก็ยิ่งเหมือนท้าทายให้การทดสอบรุนแรงมากขึ้นเท่านั้น

• (-) ขุนคลังสหรัฐยันผลักดันมาตรการปฏิรูปภาษีภายในปีนี้ ขณะเตรียมให้มีผลย้อนหลังถึงต้นปี นายสตีเวน มนูชิน รมว.คลังสหรัฐ กล่าวว่า การปฏิรูปภาษีถือเป็นสิ่งที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ให้ความสำคัญสูงสุด และเขาให้ความเชื่อมั่นว่ารัฐบาลสหรัฐจะให้การอนุมัติต่อการปฏิรูปภาษีดังกล่าวภายในปีนี้ นายมนูชินยังกล่าวว่า รัฐบาลของปธน.ทรัมป์กำลังพิจารณาให้การปฏิรูปภาษีมีผลบังคับย้อนหลังไปถึงช่วงต้นปีเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐ ทั้งนี้ พรรครีพับลิกันมีเป้าหมายที่จะปฏิรูปกฎหมายภาษีสหรัฐ แต่เผชิญอุปสรรคหลายประการในการดำเนินการในปีนี้ ขณะเดียวกัน นายมนูชินกล่าวว่า เป้าหมายของปธน.ทรัมป์ในการปรับลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลลงสู่ระดับ 15% อาจจะเป็นเรื่องยากที่จะทำได้สำเร็จ "ผมไม่รู้ว่าเราจะสามารถทำได้ เมื่อพิจารณาถึงประเด็นงบประมาณ" เขากล่าว

• (-) หุ้นแบงก์หนุนตลาดปิดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ตลาดหุ้นสหรัฐปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในวันอังคาร โดยหุ้นกลุ่มการเงินนำตลาดพุ่งขึ้น แต่การร่วงลงของหุ้นแอปเปิลหลังเปิดตัวไอโฟนรุ่นล่าสุดสกัดกั้นการปรับตัวขึ้นของตลาด นักลงทุนพากันเข้าซื้อหุ้นหลังคลายวิตกเกี่ยวกับความตึงเครียดระหว่างสหรัฐและเกาหลีเหนือ รวมถึงผลกระทบทางการเงินจากพายุเฮอริเคนเออร์มาที่รุนแรงน้อยกว่าที่วิตกกัน ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดบวก 61.49 จุดหรือ 0.28% สู่ระดับ 22,118.86, ดัชนี S&P 500 ปิดเพิ่มขึ้น 8.37 จุดหรือ 0.34% สู่ระดับ 2,496.48 และดัชนี Nasdaq ปิดปรับตัวขึ้น 22.02 จุดหรือ 0.34% สู่ระดับ 6,454.28

• (-) ดอลล์ทรงตัวหลังความต้องการเสี่ยงเพิ่มขึ้น ดอลลาร์ทรงตัวในวันอังคาร โดยได้แรงหนุนจากการดีดตัวขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ และก่อนการเปิดเผยข้อมูลเงินเฟ้อของสหรัฐซึ่งอาจบ่งชี้กำหนดเวลาที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งต่อไป ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ซึ่งวัดค่าดอลลาร์เมื่อเทียบกับตะกร้า 6 สกุลเงินสำคัญทรงตัวที่ 91.892 หลังปรับตัวขึ้นสูงถึง 92.08 นอกจากนี้ ดอลลาร์ยังปรับตัวขึ้น 0.71% เมื่อเทียบกับเยนซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย. นักวิเคราะห์ระบุว่า แรงซื้อคืนอาจช่วยหนุนดอลลาร์ปรับตัวขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินสำคัญๆ ขณะที่บรรดานักลงทุนมุ่งความสนใจในขณะนี้ไปที่ข้อมูลเงินเฟ้อของสหรัฐที่จะเปิดเผยในวันพฤหัสบดีนี้ ปอนด์ปรับตัวขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์และยูโร หลังเงินเฟ้อของอังกฤษแตะระดับสูงสุดในรอบ 5 ปี ส่วนยูโรปรับตัวขึ้น 0.15% สู่ระดับ 1.1969 ดอลลาร์


คลิ๊ก!! เพื่ออ่านบทวิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำและโกลด์ฟิวเจอร์ส
หากไม่สามารถเปิดไฟล์ได้กรุณากด F5


ขอขอบคุณข้อมูลจาก
www.ylgfutures.co.th
www.gold.in.th

About the Author
admin's picture

admin

สวัสดีครับ...หุหุ