Investing.comForex Charts powered by Investing.com

Primary tabs

YLG : #วิเคราะห์ราคาทองคำ โดย วายแอลจีฯ (09-08-17 | 08:59) l www.gold.in.th

| www.gold.in.th |

คำแนะนำ
หากราคาหลุด 1,247 ดอลลาร์ต่อออนซ์จำเป็นต้องชะลอการเปิดสถานะซื้อออกไปก่อน ทั้งนี้ควรติดตามการเคลื่อนไหวของราคาอย่างใกล้ชิด โดยหากราคาดีดตัวขึ้นจนได้สามารถยืนเหนือ 1,266 ดอลลาร์ต่อออนซ์ สามารถถือสถานะซื้อต่อ

ปัจจัยพื้นฐาน
ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.93 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยราคาทองคำปรับตัวลงแรงในช่วงแรกหลังการเปิดเผยตำแหน่งงานที่เปิดรับ(job openings)พุ่งขึ้น 8% สู่ระดับ 6.2 ล้านตำแหน่งในเดือนมิ.ย. ซึ่งถือเป็นสถิติสูงสุดตั้งแต่ปี 2000 เนื่องจากการจ้างงานในภาคก่อสร้าง ภาคการผลิต และภาคการเงิน ปรับตัวสูงขึ้นและอยู่สูงกว่าตัวเลขการจ้างงานใหม่ที่ 5.4 ล้านตำแหน่งในเดือนมิ.ย.ปัจจัยดังกล่าวหนุนสกุลเงินดอลลาร์ให้แข็งค่าและกดดันราคาทองคำ อย่างไรก็ดี ราคาทองคำฟื้นตัวในเวลาต่อมาโดยได้รับแรงหนุนหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กล่าวยืนยันวานนี้ว่าจะตอบโต้อย่างแข็งกร้าวต่อการคุกคามใดๆของเกาหลีเหนือ ขณะที่เกาหลีเหนือออกมาตอบโต้เช่นกันว่ากำลังพิจารณาแผนยิงขีปนาวุธไปยังเกาะกวมซึ่งเป็นดินแดนของสหรัฐในมหาสมุทรแปซิฟิก ทั้งนี้ สถานการณ์ตึงเครียดทางการเมืองที่เพิ่มขึ้นช่วยกระตุ้นแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยตัวเลขประสิทธิภาพการผลิตต่อหน่วย, ประสิทธิภาพต้นทุนแรงงาน, ตัวเลขสต็อกสินค้าและยอดค้าส่ง อีกทั้งต้องติดตามสถานการณ์ความเคลื่อนไหวจากเกาหลีเหนืออย่างใกล้ชิด

ปัจจัยทางเทคนิค
ราคาทิ้งตัวลงแรงในช่วงก่อนหน้า แม้จะมีแรงช้อนซื้อเข้าทำกำไรสลับเข้ามาเพิ่มขึ้นแต่ก็ไม่มากนัก เบื้องต้นหากการดีดตัวกลับไม่มาก หรือไม่สามารถยืนเหนือ 1,266 ดอลลาร์ต่อออนซ์ มีโอกาสเกิดแรงขายกลับลงมา ซึ่งหากราคาทองคำไม่สามารถยืนเหนือ 1,247 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ อาจมีผลให้ราคาปรับตัวลงเพื่อปรับฐานราคาต่อ โดยมีแนวรับถัดไปในโซน 1,239 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์การลงทุน
พิจารณาบริเวณ 1,247 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากยืนได้มั่นคง เสี่ยงเปิดสถานะซื้อ แต่หากหลุดลงมา การเปิดสถานะซื้อจำเป็นต้องชะลอออกไปก่อน ขณะที่หากราคาไม่สามารถกลับขึ้นมายืนเหนือแนวต้าน 1,266 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ การถือสถานะขายค่อนข้างมีความได้เปรียบเช่นเดิม

ข่าวสารประกอบการลงทุน
• (+) ดาวโจนส์ปิดลบหลังทรัมป์เตือนตอบโต้เกาหลีเหนือ ดัชนีดาวโจนส์ปิดตลาดวันอังคารลดลงจากแรงขายในช่วงบ่าย ขณะที่นักลงทุนพากันเข้าซื้อแหล่งลงทุนที่ปลอดภัยกว่า หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ยืนยันที่จะตอบโต้อย่างแข็งกร้าวต่อการคุกคามใดๆของเกาหลีเหนือ ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดลบ 33.08 จุดหรือ 0.15% สู่ระดับ 22,085.34, ดัชนี S&P 500 ปิดลดลง 5.99 จุดหรือ 0.24% สู่ระดับ 2,474.92 และดัชนี Nasdaq ปิดปรับตัวลง 13.31 จุดหรือ 0.21% สู่ระดับ 6,370.46 จำนวนหุ้นลบมากกว่าหุ้นบวกในอัตราส่วน 1.73 ต่อ 1 ในตลาดนิวยอร์คและ 1.47 ต่อ 1 ในตลาด Nasdaq

• (+) 'ทรัมป์' ขู่เกาหลีเหนืออาจเจอกับ 'ไฟและความเดือดดาล อย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน' คำขู่นี้มีขึ้นหลังจากสำนักงานด้านข่าวกรองสหรัฐฯ หรือ DIA มีข้อสรุปว่าเกาหลีเหนือประสบความสำเร็จในการสร้างหัวรบนิวเคลียร์ขนาดเล็กบรรจุในขีปนาวุธได้แล้ว ประธานาธิบดีทรัมป์ มีคำเตือนไปถึงเกาหลีเหนือในวันอังคาร โดยบอกว่าเกาหลีเหนือจะต้องหยุดข่มขู่คุกคามสหรัฐฯ ได้แล้ว ไม่เช่นนั้นจะต้องเผชิญกับ 'ไฟและความเดือดดาล อย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน' ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวกับผู้สื่อข่าวที่สนามกอล์ฟที่ตนเป็นเจ้าของ ที่เมือง Bedminster รัฐนิวเจอร์ซีย์ โดยกล่าวหาผู้นำเกาหลีเหนือ คิม จอง อึน ว่าเป็นภัยคุกคามอย่างยิ่ง และได้ส่งคำเตือนไปยังกรุงเปียงยางอีกครั้งว่าหากยังไม่หยุดพฤติกรรมข่มขู่คุกคามสหรัฐฯ เกาหลีเหนือจะเผชิญกับ “ไฟและความเดือดดาล แบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อนในโลกนี้” คำกล่าวของประธานาธิบดีทรัมป์มีขึ้นหลังจากสื่อหลายสำนักรายงานว่า สำนักงานด้านข่าวกรองทางทหารของสหรัฐฯ หรือ DIA มีข้อสรุปเมื่อเดือนที่แล้วว่า เกาหลีเหนือประสบความสำเร็จในการสร้างหัวรบนิวเคลียร์ขนาดเล็กซึ่งสามารถบรรจุในขีปนาวุธได้แล้ว ซึ่งหากเป็นความจริง หมายความว่าเกาหลีเหนือจะเป็นประเทศที่ 9 ที่มีจรวดบรรจุหัวรบนิวเคลียร์

• (-) สหรัฐเผยตำแหน่งงานว่างพุ่งสูงสุดรอบ 17 ปีในเดือนมิ.ย. กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า ตำแหน่งงานนอกภาคเกษตรที่เปิดรับสมัครโดยสถานประกอบการในสหรัฐพุ่งขึ้น 8% สู่ระดับ 6.2 ล้านตำแหน่งในเดือนมิ.ย. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2000 ตำแหน่งงานว่างเพิ่มขึ้นในเดือนมิ.ย. โดยได้แรงหนุนจากการจ้างงานในภาคก่อสร้าง ภาคการผลิต และภาคการเงิน กระทรวงแรงงานสหรัฐรายงานในวันศุกร์ว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 209,000 ตำแหน่งในเดือนก.ค. ขณะที่อัตราการว่างงานลดลงสู่ระดับ 4.3% จาก 4.4% ในเดือนมิ.ย. นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่า การจ้างงานจะเพิ่มขึ้น 183,000 ตำแหน่งในเดือนก.ค. และอัตราว่างงานจะลดลงสู่ระดับ 4.3% นอกจากนี้ ตัวเลขรายได้ต่อชั่วโมงโดยเฉลี่ยของแรงงาน หรือค่าแรงต่อชั่วโมงโดยเฉลี่ยของแรงงาน เพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือนก.ค. ซึ่งสอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ โดยปรับตัวขึ้น 9 เซนต์ สู่ระดับ 26.36 ดอลลาร์ ขณะที่เพิ่มขึ้น 2.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ทั้งนี้ ตัวเลขรายได้ต่อชั่วโมงนับเป็นข้อมูลที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ให้ความสำคัญเพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ภาวะเงินเฟ้อ

• (-) ดอลล์แข็งค่ารับข้อมูลการเปิดรับตำแหน่งงานเพิ่มขึ้นในสหรัฐ ดอลลาร์ปรับตัวขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 1 สัปดาห์ในวันอังคาร หลังข้อมูลบ่งชี้ว่าการเปิดรับตำแหน่งงานใหม่ ในสหรัฐพุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในเดือนมิ.ย. ซึ่งตอกย้ำข้อมูลการจ้างงานที่แข็งแกร่งที่เปิดเผยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ซึ่งวัดค่าดอลลาร์เมื่อเทียบกับตะกร้าสกุลเงินสำคัญ 6 สกุลปรับตัวขึ้น 0.21% สู่ระดับ 93.632 หลังปรับตัวขึ้นสูงถึง 93.876 กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยตัวเลขตำแหน่งงานที่เปิดรับ (job openings) ซึ่งชี้วัดความต้องการแรงงานเพิ่มขึ้น 461,000 ตำแหน่ง สู่ 6.2 ล้านตำแหน่ง ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เริ่มเปิดเผยข้อมูลในเดือนธ.ค.ปี 2000 แต่ดอลลาร์อ่อนค่าลง 0.35% สู่ 110.34 เยน หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เตือนเกาหลีเหนือว่าจะถูกตอบโต้อย่างแข็งกร้าว หากทำการคุกคามสหรัฐ ส่วนยูโรอ่อนค่าลง 0.39% สู่ระดับ 1.1747ดอลลาร์ แต่ยังอยู่ใกล้ระดับสูงสุดในรอบ 2 ปีครึ่งที่ 1.1909 ดอลลาร์ที่เข้าทดสอบในสัปดาห์ที่ผ่านมา


คลิ๊ก!! เพื่ออ่านบทวิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำและโกลด์ฟิวเจอร์ส
หากไม่สามารถเปิดไฟล์ได้กรุณากด F5


ขอขอบคุณข้อมูลจาก
www.ylgfutures.co.th
www.gold.in.th

About the Author
admin's picture

admin

สวัสดีครับ...หุหุ