Investing.comForex Charts powered by Investing.com

Primary tabs

YLG : #วิเคราะห์ราคาทองคำ โดย วายแอลจีฯ (17-07-17 | 08:46) l www.gold.in.th

| www.gold.in.th |

คำแนะนำ
แนะนำติดตามการเคลื่อนไหวของราคาอย่างใกล้ชิดโดยเน้นการเก็งกำไรระยะสั้นบริเวณแนวรับ 1,220 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากราคาทองคำยังคงพยายามยืนเหนือโซนแนวรับดังกล่าวได้ ทำให้ราคายังคงมีโอกาสขยับขึ้นเพื่อทดสอบแนวต้าน 1,241 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ปัจจัยพื้นฐาน
ราคาทองคำวันศุกร์ที่ผ่านมาปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 11.63 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยราคาทองคำได้รับแรงหนุนหลังสหรัฐเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค(CPI) ทรงตัวในเดือนมิ.ย. ส่วนยอดค้าปลีกปรับตัวลงเกินคาดเป็นเดือนที่ 2 ทั้งนี้ ตัวเลขเศรษฐกิจที่น่าผิดหวังส่งผลให้ตลาดเกิดความไม่แน่ใจว่าธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)จะสามารถปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก1 ครั้งในปีนี้ได้หรือไม่ เนื่องจากข้อมูลดังกล่าวบ่งชี้ว่าอัตราเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับต่ำ สอดคล้องกับถ้อยแถลงของนายโรเบิร์ต แคปแลน ประธานเฟดสาขาดัลลัสที่ออกมากล่าวสนับสนุนให้เฟดชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อรอดูความคืบหน้าของอัตราเงินเฟ้อเช่นกัน ปัจจัยดังกล่าวกดดันสกุลเงินดอลลาร์และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐให้ร่วงลงและเป็นปัจจัยหนุนให้ราคาทองคำพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 2 สัปดาห์ อย่างไรก็ตามการพุ่งขึ้นปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ของดัชนีดาวโจนส์เป็นปัจจัยสกัดช่วงบวกของราคาทองคำ ขณะที่วันนี้ติดตามการเปิดเผยดัชนีภาคการผลิตของรัฐนิวยอร์คเดือนก.ค.จากเฟดนิวยอร์กรวมถึงการเคลื่อนไหวของสินทรัพย์เสี่ยงเพื่อใช้เป็นปัจจัยประกอบการพิจารณาลงทุน

ปัจจัยทางเทคนิค
ราคาทองคำพยายามทรงตัว ทั้งนี้ หากราคายืนเหนือโซน 1,241 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้อาจทำให้เห็นการดีดตัวขึ้นเพื่อพยายามทดสอบแนวต้านบริเวณ 1,250 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากยังไม่สามารถขึ้นไปยืนเหนือแนวต้านได้ อาจเห็นการย่อตัวของราคาลงเพื่อสร้างฐานราคาอีกครั้ง

กลยุทธ์การลงทุน
ดูบริเวณ 1,220ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากไม่หลุดสามารถเข้าซื้อเพื่อเก็งกำไรระยะสั้น โดยขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวหรือบริเวณแนวต้าน 1,241 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคาหลุดแนวดังกล่าวให้รอดูบริเวณแนวรับถัดไปที่ 1,209 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ข่าวสารประกอบการลงทุน
• (+) ประธานเฟดดัลลัสคาดเฟดปรับลดงบดุลในเดือนก.ย. ขณะหนุนชะลอขึ้นอัตราดอกเบี้ยนายโรเบิร์ต แคปแลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาดัลลัส กล่าวว่า เฟดอาจทำการปรับลดงบดุลอย่างเร็วที่สุดในเดือนก.ย. จากระดับ 4.5 ล้านล้านดอลลาร์ในปัจจุบันการปรับลดงบดุลของเฟด จะส่งผลให้เฟดลดการถือครองพันธบัตร และหลักทรัพย์ที่มีสัญญาจำนองค้ำประกัน (MBS) ที่เฟดได้เข้าซื้อในตลาดในช่วงที่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจเพื่อกระตุ้นการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ขณะเดียวกัน นายแคปแลนยังระบุว่า การจ้างงานของสหรัฐอยู่ในภาวะใกล้เต็มศักยภาพ ขณะที่อัตราเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับต่ำ เขาจึงต้องการเห็นความคืบหน้ามากกว่านี้ ก่อนที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อไป

• (+) ผลสำรวจม.มิชิแกนชี้ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐปรับตัวต่ำกว่าคาดในเดือนก.ค.ผลสำรวจของมหาวิทยาลัยมิชิแกนระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐปรับตัวลงสู่ระดับ 93.1 ในเดือนก.ค. และต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 95.0 ดัชนีภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 113.2 ส่วนดัชนีคาดการณ์ภาวะเศรษฐกิจอยู่ที่ระดับ 80.2 ทั้งนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐเป็นการสำรวจความเชื่อมั่นของผู้บริโภค 500 รายต่อภาวะเศรษฐกิจ ซึ่งได้แก่ ฐานะการเงินส่วนบุคคล, ภาวะเงินเฟ้อ, การว่างงาน, อัตราดอกเบี้ย และนโยบายรัฐบาล

• (+) สหรัฐเผยสต็อกสินค้าคงคลังภาคธุรกิจเพิ่มขึ้นในเดือนพ.ค. ขณะยอดขายทรุดหนักรอบ 10 เดือนกระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า สต็อกสินค้าคงคลังภาคธุรกิจเพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือนพ.ค. หลังจากร่วงลง 0.2% ในเดือนเม.ย.ทั้งนี้ การเพิ่มขึ้นของสต็อกสินค้าคงคลังภาคธุรกิจ บ่งชี้ถึงความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจที่ว่ายอดขายจะเพิ่มขึ้นในช่วงหลายเดือนข้างหน้า ขณะที่การลดลงของสต็อกสินค้าคงคลัง บ่งชี้ถึงความไม่เชื่อมั่นของภาคธุรกิจต่อยอดขายในอนาคตอย่างไรก็ดี ยอดขายในภาคธุรกิจร่วงลง 0.2% ในเดือนพ.ค. ซึ่งเป็นการปรับตัวลงมากที่สุดในรอบ 10 เดือน นับตั้งแต่ที่ดิ่งลง 0.3% ในเดือนก.ค.ปีที่แล้ว หลังจากหดตัวลง 3 เดือนติดต่อกัน

• (+) สหรัฐเผยยอดค้าปลีกลดลงเป็นเดือนที่ 2 ในมิ.ย.กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ยอดค้าปลีกลดลง 0.2% ในเดือนมิ.ย. ซึ่งเป็นการปรับตัวลงเป็นเดือนที่ 2 หลังจากร่วงลง 0.1% ในเดือนพ.ค.นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่ายอดค้าปลีกจะเพิ่มขึ้น 0.1% ในเดือนมิ.ย.ยอดค้าปลีกที่ร่วงลงในเดือนมิ.ย. ได้รับผลกระทบจากการที่ผู้บริโภคลดการใช้จ่ายในร้านอาหาร และด้านพลังงาน ขณะที่ยอดขายในห้างสรรพสินค้า และซูเปอร์มาร์เก็ตร่วงลงอย่างไรก็ดี เมื่อเทียบรายปี ยอดค้าปลีกเพิ่มขึ้น 2.8% ในเดือนมิ.ย.

• (+) สหรัฐเผยดัชนี CPI ทรงตัวในเดือนมิ.ย. คาดหนุนเฟดชะลอขึ้นดอกเบี้ย หลังเงินเฟ้ออยู่ในระดับต่ำกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ทรงตัวในเดือนมิ.ย. ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.2% หลังจากลดลง 0.1% ในเดือนพ.ค.ดัชนี CPI ทรงตัวในเดือนมิ.ย. โดยได้รับผลกระทบจากการดิ่งลงของราคาน้ำมัน และโทรศัพท์มือถือ ซึ่งบ่งชี้ถึงอัตราเงินเฟ้อในระดับต่ำของสหรัฐ และอาจส่งผลให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ชะลอการขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งที่ 3 ในปีนี้ หลังจากปรับขึ้นในเดือนมี.ค. และมิ.ย.เมื่อเทียบรายปี ดัชนี CPI ปรับตัวขึ้น 1.6% ในเดือนมิ.ย. ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นน้อยที่สุดนับตั้งแต่เดือนต.ค.2016 หลังจากพุ่งขึ้น 1.9% ในเดือนพ.ค. ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 1.7% ในเดือนมิ.ย.หากไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน ดัชนี CPI พื้นฐานขยับขึ้น 0.1% ในเดือนมิ.ย. เช่นเดียวกับในเดือนพ.ค. และเม.ย. ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าเพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือนมิ.ย.เมื่อเทียบรายปี ดัชนี CPI ปรับตัวขึ้น 1.7% ในเดือนมิ.ย.

• (-) เฟดเผยการผลิตภาคอุตสาหกรรมสูงกว่าคาดในเดือนมิ.ย.ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เปิดเผยว่า การผลิตภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น 0.4% ในเดือนมิ.ย. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ระดับ 0.3% หลังจากที่เพิ่มขึ้น 0.1% ในเดือนพ.ค. การผลิตภาคอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้นในเดือนมิ.ย. ได้แรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของการผลิตรถยนต์ และเฟอร์นิเจอร์ส่วนการผลิตภาคเหมืองแร่เพิ่มขึ้น 1.6% ในเดือนมิ.ย. ขณะที่การผลิตในภาคสาธารณูปโภคทรงตัว


คลิ๊ก!! เพื่ออ่านบทวิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำและโกลด์ฟิวเจอร์ส
หากไม่สามารถเปิดไฟล์ได้กรุณากด F5


ขอขอบคุณข้อมูลจาก
www.ylgfutures.co.th
www.gold.in.th

About the Author
admin's picture

admin

สวัสดีครับ...หุหุ