Investing.comForex Charts powered by Investing.com

Primary tabs

YLG : #วิเคราะห์ราคาทองคำ โดย วายแอลจีฯ (19-05-17 | 09:01) l www.gold.in.th

| www.gold.in.th |

คำแนะนำ
มีแนวโน้มที่จะทดสอบแนวต้าน 1,265 ดอลลาร์ต่อออนซ์อีกครั้ง หากไม่สามารถผ่านได้ให้แบ่งขายทำกำไร แต่ถ้าผ่านได้ให้รอขายบริเวณ 1,278 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขึ้นไป อย่างไรก็ตามหากไม่ผ่าน ประเมินแนวรับที่ 1,245-1,236 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ปัจจัยพื้นฐาน
ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวลดลง 13.80 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยราคาทองคำได้รับแรงจากดอลลาร์ที่กลับมาแข็งค่าหลังจากการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่แข็งแกร่งเกินคาด อาทิ จำนวนชาวอเมริกันที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกลดลง 4,000 รายในสัปดาห์ที่แล้วสู่ระดับ 232,000 รายซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 28 ปี และเฟดฟิลาเดลเฟียเผยดัชนีการผลิตเพิ่มขึ้นเกินคาดสู่ระดับ 38.8 ในเดือนพ.ค.เช่นกัน ปัจจัยดังกล่าวหนุนให้ดัชนีดอลลาร์ฟื้นตัวขึ้นหลังจากดิ่งลงแตะจุดต่ำสุดรอบ 6 เดือนในวันพุธและเป็นปัจจัยกดดันราคาทองคำ นอกจากนี้ราคาทองคำได้รับแรงกดดันเพิ่มจากตลาดหุ้นสหรัฐที่กลับมาปิดบวกหลังจากร่วงลงหนักที่สุดในรอบกว่า 8 เดือนโดยได้แรงหนุนจากมาตรการที่จะผ่อนคลายกฏระเบียบด้านอินเทอร์เน็ตและจากข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งส่งผลให้เกิดแรงเทขายทำกำไรทองคำที่อยู่ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยหลังจากเพิ่งปรับขึ้น 5 วันติดต่อกัน ด้านกองทุน SPDR ลดการถือครองทองคำลง 1.18 ตัน ขณะที่วันนี้ไม่มีการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ

ปัจจัยทางเทคนิค
หากราคาทองคำยืนเหนือ 1,245 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ ราคาทองคำจะปรับตัวขึ้นไปในบริเวณ 1,265-1,278 ดอลลาร์ต่อออนซ์(แนว 1,265 ดอลลาร์ต่อออนซ์เป็นแนวต้านระยะสั้น) อย่างไรก็ตามหากไม่สามารถยืนเหนือได้ แนวรับจะอยู่ที่ 1,245-1,236 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์การลงทุน
เน้นเก็งกำไรตามกรอบ โดยอาจพิจารณาบริเวณ 1,245 ดอลลาร์ต่อออนซ์เป็นหลัก หากยืนได้อาจเสี่ยงซื้อเพิ่ม โดยมีเป้าหมายในการทำกำไรที่ 1,265-1,278ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากไม่สามารถทะลุ 1,265 ดอลลาร์ต่อออนซ์ไปได้ อาจรอเปิดสถานะซื้อเมื่อราคาอ่อนตัวลงมาใกล้บริเวณ 1,245-1,236ดอลลาร์ต่อออนซ์

ข่าวสารประกอบการลงทุน
• (+) ดัชนีชี้นำเศรษฐกิจของสหรัฐเพิ่มขึ้นในเดือนเม.ย. Conference Board เปิดเผยดัชนีชี้นำเศรษฐกิจของสหรัฐเพิ่มขึ้นน้อยกว่าคาด 0.3% ในเดือนเม.ย. นักเศรษฐศาสตร์ที่ได้รับการสำรวจโดยรอยเตอร์คาดไว้ว่า ดัชนีชี้นำเศรษฐกิจอาจเพิ่มขึ้น 0.4%ในเดือนเม.ย. หลังจากเพิ่มขึ้น 0.4% ในเดือนมี.ค.
• (-) สหรัฐเผยผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานลดลงสัปดาห์ที่แล้ว สวนทางคาดการณ์เพิ่มขึ้น กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า จำนวนชาวอเมริกันที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกลดลง 4,000 ราย ในสัปดาห์ที่แล้ว สู่ระดับ 232,000 ราย สวนทางนักวิเคราะห์ที่คาดการณ์ว่าตัวเลขผู้ที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 240,000 ราย ตัวเลขผู้ที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกยังคงอยู่ต่ำกว่า 300,000 ราย เป็นสัปดาห์ที่ 115 ติดต่อกัน ซึ่งยาวนานที่สุดนับตั้งแต่ปี 1970 ส่วนตัวเลขค่าเฉลี่ย 4 สัปดาห์ของจำนวนชาวอเมริกันที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรก ซึ่งถือเป็นมาตรวัดตลาดแรงงานที่ดีกว่า เนื่องจากขจัดความผันผวนรายสัปดาห์ ลดลง 2,750 ราย สู่ระดับ 240,750 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนก.พ. สำหรับจำนวนชาวอเมริกันที่ยังคงขอรับสวัสดิการว่างงานต่อเนื่องในรอบสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 6 พ.ค. มีจำนวนลดลง 22,000 ราย สู่ระดับ 1.90 ล้านราย ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ย.1988 ตัวเลขผู้ที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานต่อเนื่องยังคงอยู่ต่ำกว่า 2 ล้านราย เป็นสัปดาห์ที่ 5 ติดต่อกัน ส่วนตัวเลขค่าเฉลี่ย 4 สัปดาห์ของผู้ที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานต่อเนื่อง ลดลง 20,000 ราย สู่ระดับ 1.95 ล้านราย ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนม.ค.1974
• (-) เฟดฟิลาเดลเฟียเผยดัชนีการผลิตเพิ่มขึ้นเกินคาดในเดือนพ.ค. ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาฟิลาเดลเฟียเปิดเผยผลสำรวจดัชนีกิจกรรมการผลิตในเขตมิด-แอตแลนติกของสหรัฐเพิ่มขึ้นเกินคาดสู่ระดับ 38.8 ในเดือนพ.ค. นักเศรษฐศาสตร์ที่ได้รับการสำรวจโดยรอยเตอร์คาดไว้ว่า ดัชนีกิจกรรมการผลิตอาจอยู่ที่ระดับ 19.5 ในเดือนพ.ค. ลดลงจากระดับ 22.0 ในเดือนเม.ย.
• (-) ดาวโจนส์ปิดดีดตัวขึ้น 0.27% ตลาดหุ้นสหรัฐปิดดีดตัวขึ้นในวันพฤหัสบดีหลังจากร่วงลงหนักที่สุดในรอบกว่า 8 เดือน โดยได้แรงหนุนจากมาตรการที่จะผ่อนคลายกฏระเบียบด้านอินเทอร์เน็ต และจากข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดบวก 56.09 จุดหรือ 0.27% สู่ระดับ 20,663.02 และดัชนี S&P 500 ปิดเพิ่มขึ้น 8.69จุดหรือ 0.37% สู่ระดับ 2,365.72 และดัชนี Nasdaq ปิดปรับตัวขึ้น 43.89 จุดหรือ 0.73% สู่ระดับ 6,055.13 จำนวนหุ้นบวกมากกว่าหุ้นลบในอัตราส่วน 1.03 ต่อ 1 ในตลาดนิวยอร์ค และ 1.36 ต่อ 1 ในตลาด Nasdaq ปริมาณการซื้อขายอยู่ที่ราว 8.16 พันล้านหุ้น สูงกว่าปริมาณเฉลี่ยในรอบ 20 วันทำการที่ผ่านมาที่ 6.99 พันล้านหุ้น ดัชนี S&P 500 หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีดีดตัวขึ้น 0.6% และหุ้นกลุ่มบริการด้านการสื่อสารโทรคมนาคมของสหรัฐปรับตัวขึ้นมากที่สุด 1.2% หลังสำนักงานด้านการสื่อสารโทรคมนาคมของสหรัฐลงมติยกเลิกกฏระเบียบด้านอินเตอร์เน็ตของอดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามา
• (-) ข้อมูลเศรษฐกิจแกร่งหนุนดอลลาร์ฟื้นตัว ดอลลาร์ฟื้นตัวขึ้นเมื่อเทียบกับตะกร้าสกุลเงินในวันพฤหัสบดี หลังการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งเกินคาดของสหรัฐซึ่งสนับสนุนการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ฟรังก์สวิสและเยนอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์ หลังกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 28 ปี และธนาคารกลางสหรัฐสาขาฟิลาเดลเฟียเปิดเผยดัชนีธุรกิจเพิ่มขึ้นเกินคาด นักวิเคราะห์คาดว่าข้อมูลดังกล่าวอาจช่วยสนับสนุนการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 13-14 มิ.ย. ทั้งนี้ ดอลลาร์ปรับตัวขึ้น 0.65% เมื่อเทียบกับเยน ขณะที่ยูโรลดลง 0.55% สู่ 1.1095 ดอลลาร์ ฟรังก์สวิสลดลง 0.15% เมื่อเทียบกับดอลลาร์ ขณะที่ปอนด์ลดลง 0.25% สู่ 1.2931 ดอลลาร์ ส่วนดัชนีดอลลาร์ซึ่งวัดค่าดอลลาร์เมื่อเทียบกับ 6 สกุลเงินเพิ่มขึ้น 0.35%


คลิ๊ก!! เพื่ออ่านบทวิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำและโกลด์ฟิวเจอร์ส
หากไม่สามารถเปิดไฟล์ได้กรุณากด F5


ขอขอบคุณข้อมูลจาก
www.ylgfutures.co.th
www.gold.in.th

About the Author
admin's picture

admin

สวัสดีครับ...หุหุ