Investing.comForex Charts powered by Investing.com

Primary tabs

YLG : #วิเคราะห์ราคาทองคำ โดย วายแอลจีฯ (20-03-17 | 08:44) l www.gold.in.th

| www.gold.in.th |

คำแนะนำ
แนะนำติดตามการเคลื่อนไหวของราคาหลังจากมีแรงขายออกมาแต่ราคาสามารถทรงตัวไว้ได้ โดยเน้นการเก็งกำไรในกรอบ 1,233-1,222 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากราคาทองคำยังคงพยายามยืนเหนือโซนแนวรับแรกได้ ทำให้ราคายังคงมีโอกาสขยับขึ้นเพื่อทดสอบแนวต้านอีกครั้ง

ปัจจัยพื้นฐาน
ราคาทองคำวันศุกร์ที่ผ่านมาปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.00 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยราคาทองคำได้รับแรงหนุนจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์หลังธนาคารกลางสหรัฐหรือเฟดส่งสัญญาณภายหลังการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งถัดๆไปในปีนี้อย่างค่อยเป็นค่อยไป ปัจจัยดังกล่าวกดดันให้สัปดาห์ที่ผ่านมาดัชนีดอลลาร์ดิ่งลงถึง 1% ซึ่งหนุนให้ราคาทองคำเคลื่อนไหวทรงตัวใกล้ระดับสูงสุดในรอบกว่า 1 สัปดาห์บริเวณ 1,233.13 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ด้านกองทุน SPDR ลดการถือครองทองคำลงในวันศุกร์2.96 ตัน ขณะที่คืนนี้ไม่มีการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐ แต่แนะนำนักลงทุนติดตามการกล่าวสุนทรพจน์ของนายชาร์ลส์ อีแวนส์ประธานเฟดชิคาโกเพื่อหาสัญญาณเพิ่มเติมเกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดในระยะถัดไป และจับตาการปราศรัยของประธานาธิบดีโดนัลด์ทรัมป์ที่ Kentucky Exposition Center เมืองหลุยส์วิลล์ รัฐเคนทักกีในเช้าวันอังคารเวลา 06.30 น.ตามเวลาไทย

ปัจจัยทางเทคนิค
หากการอ่อนตัวลงของราคาทองคำยังสามารถรักษาระดับเหนือบริเวณแนวรับ 1,222 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ได้ อาจจะเห็นการดีดตัวกลับขึ้นไปบริเวณแนวต้าน 1,233-1,242 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคาหลุดแนวรับ 1,222 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จะทำให้ราคายังคงอ่อนตัวลง โดยมีแนวรับถัดไปที่ 1,212 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์การลงทุน
ดูบริเวณ 1,222 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากไม่หลุดสามารถเข้าซื้อเพื่อทำกำไรระยะสั้นและขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวหรือบริเวณแนวต้าน 1,233-1,242 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคาหลุดแนวดังกล่าวให้รอเข้าซื้อบริเวณแนวรับถัดไปที่ 1,212 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ข่าวสารประกอบการลงทุน
• (+) ดอลล์อ่อนเทียบเงินสกุลหลัก หลังเฟดส่งสัญญาณขึ้นดบ.อย่างค่อยเป็นค่อยไปสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินสกุลหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดนิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (17 มี.ค.) ภายหลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้ส่งสัญญาณว่าจะไม่ดำเนินการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างรวดเร็วในปีนี้ดอลลาร์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเยน ที่ระดับ 112.62 เยน จากระดับ 113.40 เยน และอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9964 ฟรังก์สวิส จากระดับ 0.9978 ฟรังก์สวิสยูโรแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.0752 ดอลลาร์ จากระดับ 1.0710 ดอลลาร์ ในขณะที่ปอนด์แข็งค่าขึ้นแตะ 1.2397 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2346 ดอลลาร์ และดอลลาร์ออสเตรเลีย แข็งค่าขึ้นที่ระดับ 0.7713 ดอลลาร์ จากระดับ 0.7667 ดอลลาร์นักวิเคราะห์กล่าวว่า ดอลลาร์สหรัฐยังคงได้รับแรงกดดันให้อ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่อง สืบเนื่องจากเฟดได้ส่งสัญญาณภายหลังการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน ว่า เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งถัดๆไปในปีนี้อย่างค่อยเป็นค่อยไป

• (-) รัสเซียเล็งลดกำลังการผลิตน้ำมันมากขึ้นในเดือนนี้นายอเล็กซานเดอร์ โนวัค รัฐมนตรีพลังงานรัสเซีย กล่าวว่า รัสเซียจะลดกำลังการผลิตน้ำมันมากขึ้น จากระดับ 160,000 บาร์เรล/วันในขณะนี้ สู่ระดับ 200,000 บาร์เรล/วันในช่วงที่เหลือของเดือนนี้นอกจากนี้ รัสเซียจะลดกำลังการผลิตน้ำมันมากขึ้นอีกในช่วงสิ้นเดือนเม.ย. สู่ระดับ 300,000 บาร์เรล/วันในการประชุมเมื่อวันที่ 30 พ.ย.ที่ผ่านมา กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ได้บรรลุข้อตกลงปรับลดกำลังการผลิต 1.2 ล้านบาร์เรล/วัน สู่ระดับ 32.5 ล้านบาร์เรล/วัน และจากนั้นในกลางเดือนธ.ค. ผู้ผลิตน้ำมันนอกกลุ่มโอเปกได้ตกลงที่จะปรับลดกำลังการผลิตลง 558,000 บาร์เรล/วัน โดยมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 ม.ค.2017 และมีกำหนดเป็นเวลา 6 เดือน ซึ่งจะสิ้นสุดในกลางปีนี้

• (-) เฟดเผยการผลิตภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นเป็นเดือนที่ 6 ในเดือนก.พ.ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เปิดเผยว่า การผลิตภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น 0.5% ในเดือนก.พ. ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นเป็นเดือนที่ 6 ติดต่อกัน หลังจากที่เพิ่มขึ้น 0.5% เช่นกันในเดือนม.ค.การผลิตภาคอุตสาหกรรมในเดือนก.พ. ได้รับแรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของภาคเหมืองแร่ ขณะที่ภาคสาธารณูปโภคร่วงลงทั้งนี้ การผลิตภาคอุตสาหกรรมเป็นการประเมินผลผลิตในภาคการผลิต ภาคสาธารณูปโภค และภาคเหมืองแร่ของสหรัฐ

• (-) Conference Board เผยดัชนีชี้นำเศรษฐกิจปรับตัวขึ้นสูงกว่าคาดในเดือนก.พ. Conference Board เปิดเผยว่า ดัชนีชี้นำเศรษฐกิจ Leading Economic Index (LEI) ประจำเดือนก.พ.ปรับตัวขึ้น 0.6% หลังจากที่ดีดตัว 0.6% เช่นกันในเดือนม.ค. และปรับตัวขึ้นสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 0.4% ดัชนี LEI ปรับตัวขึ้นติดต่อกัน 6 เดือนในเดือนก.พ. และแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 10 ปี ซึ่งเป็นการบ่งชี้แนวโน้มเศรษฐกิจที่ดีขึ้นในปีนี้ทั้งนี้ ดัชนี LEI คำนวณจากตัวเลขเศรษฐกิจ 10 ประเภท ซึ่งรวมถึง คำสั่งซื้อใหม่ของภาคการผลิต, ราคาหุ้น และตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงาน

• (-) ผลสำรวจม.มิชิแกนชี้ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐพุ่งเกินคาดในเดือนมี.ค.ผลสำรวจของมหาวิทยาลัยมิชิแกนระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐอยู่ที่ระดับ 97.6 ในเดือนมี.ค. โดยสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 97.0 และสูงกว่าระดับ 96.3 ของเดือนก.พ.ดัชนีความเชื่อมั่นอยู่ใกล้เคียงระดับ 98.5 ที่ทำไว้ในเดือนม.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2004 ทั้งนี้ ในส่วนของดัชนีย่อยนั้น ดัชนีภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันพุ่งแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปึ2000 อันเนื่องจากฐานะการเงินส่วนบุคคลที่ดีขึ้น อย่างไรก็ดี ดัชนีคาดการณ์ภาวะเศรษฐกิจอนาคตมีค่าแตกต่างกันตามพรรคการเมือง โดยดัชนีร่วงลงแตะ 55.3 ในการสำรวจสมาชิกพรรคเดโมแครต ซึ่งบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจใกล้เผชิญภาวะถดถอย ในขณะที่พุ่งแตะ 122.4 ในการสำรวจสมาชิกพรรครีพับลิกัน ซึ่งบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจจะมีการขยายตัวแข็งแกร่งในอนาคต


คลิ๊ก!! เพื่ออ่านบทวิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำและโกลด์ฟิวเจอร์ส
หากไม่สามารถเปิดไฟล์ได้กรุณากด F5


ขอขอบคุณข้อมูลจาก
www.ylgfutures.co.th
www.gold.in.th

About the Author
admin's picture

admin

สวัสดีครับ...หุหุ