Investing.comForex Charts powered by Investing.com

Primary tabs

YLG : #วิเคราะห์ราคาทองคำ โดย วายแอลจีฯ (17-03-17 | 09:05) l www.gold.in.th

| www.gold.in.th |

คำแนะนำ
หากราคายืนเหนือ 1,217-1,212 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แนะนำเปิดสถานะซื้อ(ตัดขาดทุนหากหลุด 1,212 ดอลลาร์ต่อออนซ์) ราคาทองคำยังคงค่อยๆปรับตัวขึ้นและทรงตัวในระดับสูง การเปิดสถานะขายอาจต้องชะลอออกไปก่อน

ปัจจัยพื้นฐาน
ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 7.75 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยราคาทองคำได้รับแรงหนุนจากสกุลเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 5 สัปดาห์หลังแถลงการณ์จากธนาคารกลางสหรัฐหรือเฟดไม่ได้ส่งสัญญาณว่าเฟดจะเร่งอัตราการปรับขึ้นดอกเบี้ย นอกจากนี้ราคาทองคำยังได้รับแรงหนุนจากสกุลเงินยูโรที่แข็งค่าจากผลการเลือกตั้งในเนเธอร์แลนด์ โดยพรรคของนายมาร์ค รุตเต นายกรัฐมนตรีเนเธอร์แลนด์สามารถกวาดที่นั่งในสภาได้มากที่สุดและเอาชนะพรรค PVV ของนายเกิร์ต ไวล์เดอร์ส ซึ่งมีนโยบายต่อต้านสหภาพยุโรปและมุสลิม โดยผลการเลือกตั้งดังกล่าวทำให้นักลงทุนคลายความวิตกเกี่ยวกับการขยายตัวของกระแสนิยมพรรคขวาจัดในยุโรป แต่ในอีกทางหนึ่งปัจจัยดังกล่าวลดทอนความน่าสนใจของทองคำที่อยู่ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเช่นกันส่งผลให้การปรับตัวขึ้นของราคาทองคำเริ่มชะลอลง ด้านกองทุน SPDR ลดการถือครองทองคำลง 2.37 ตัน ขณะที่วันนี้ติดตามการเปิดเผยตัวเลขการผลิตภาคอุตสาหกรรมของสหรัฐและความเชื่อมั่นผู้บริโภคจากม.มิชิแกน

ปัจจัยทางเทคนิค
ราคาทองคำสามารถทรงตัวใกล้กรอบราคาด้านบน และเกิดแรงซื้อพยุงราคาไว้ส่งผลราคาทองคำยังคงค่อยๆปรับตัวขึ้นและ หากราคายืนเหนือโซนแนวรับ 1,217-1,212 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ทำให้ราคายังคงมีโอกาสขยับขึ้นเพื่อทดสอบแนวต้านบริเวณ 1,233 ดอลลาร์ต่อออนซ์อีกครั้ง หากทะลุไปได้ แนวต้านสำคัญจะอยู่ในโซน 1,242 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์การลงทุน
สามารถถือสถานะซื้อต่อหากราคาย่อตัวลงไม่หลุดแนวรับ 1,217-1,212ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือ หากรับความเสี่ยงได้อาจเปิดสถานะซื้อเพิ่มหากราคายืนเหนือแนวรับดังกล่าวได้ เพื่อทยอยปิดสถานะทำกำไรหากราคาดีดตัวขึ้นไปไม่ผ่านแนวต้าน 1,233-1,242 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ข่าวสารประกอบการลงทุน
• (+) ดอลล์ร่วงต่ำสุดในรอบ 5 สัปดาห์เทียบตะกร้าเงิน ดอลลาร์ร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 5 สัปดาห์เมื่อเทียบกับตะกร้ากสุลเงินในวันพฤหัสบดี หลังแถลงการณ์จากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ไม่ได้ส่งสัญญาณว่าเฟดจะเร่งอัตราการปรับขึ้นดอกเบี้ย เมื่อวันพุธที่ผ่านมา เฟดลงมติปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25% สู่ช่วง 0.75-1.00% และคาดว่าเฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ย 3 ครั้งในปีนี้ ขณะที่บรรดานักลงทุนคาดไว้ว่าเฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ย 4 ครั้งในปีนี้ ดอลลาร์ร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 2 สัปดาห์เมื่อเทียบกับเยน และต่ำสุดในรอบ 6 สัปดาห์เมื่อเทียบกับยูโร แต่นักวิเคราะห์กล่าวว่า ดอลลาร์จะอ่อนค่าลงในระยะสั้นเท่านั้น ขณะที่ข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐ อาทิ ข้อมูลการเริ่มสร้างบ้านที่เพิ่มขึ้น 3.0% ในเดือนก.พ. และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานที่ลดลงในสัปดาห์ที่ผ่านมา บ่งชี้ว่า เศรษฐกิจสหรัฐยังคงแข็งแกร่ง และจะช่วยหนุนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยหลายครั้งในปีนี้ ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ร่วง 0.4% สู่ 100.37 หลังร่วงต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 9 ก.พ.สู่ระดับ 100.35 ดอลลาร์ลดลง 0.1% สู่ 113.28 เยน หลังร่วงต่ำสุดในรอบ 2 สัปดาห์ ส่วนยูโรปรับตัวขึ้น 0.2% สู่ 1.0751 ดอลลาร์ หลังปรับตัวขึ้นสูงสุดในรอบ 6 สัปดาห์เมื่อเทียบกับดอลลาร์ ยูโรได้แรงหนุนจากการที่พรรคที่ต่อต้านอิสลามและต่อต้านสหภาพยุโรปของนายเกิร์ท ไวล์เดอร์ส พ่ายแพ้การเลือกตั้งในเนเธอร์แลนด์ ปอนด์ปรับตัวขึ้น หลังธนาคารกลางอังกฤษลงมติคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 0.25% ขณะที่สร้างความประหลาดใจให้กับตลาดด้วยการระบุถึงโอกาสในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยปอนด์แตะระดับสูงสุดในรอบ 2 สัปดาห์ที่ 1.2373 ดอลลาร์

• (+) สหรัฐเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานลดลงน้อยกว่าคาด กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกในสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 11 มี.ค.ลดลงน้อยกว่าคาดสู่ 241,000 ราย จาก 243,000 รายในสัปดาห์ก่อนหน้า ส่วนจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกโดยเฉลี่ยในรอบ 4 สัปดาห์อยู่ที่ 237,250 ราย เพิ่มขึ้นจาก 236,500 รายในสัปดาห์ก่อนหน้า นักเศรษฐศาสตร์ที่ได้รับการสำรวจโดยรอยเตอร์คาดไว้ว่า จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกในสัปดาห์ที่ผ่านมาอาจอยู่ที่ 240,000 ราย

• (+) เฟดฟิลาเดลเฟียเผยดัชนีการผลิตลดลงน้อยกว่าคาดในเดือนมี.ค. ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาฟิลาเดลเฟียเปิดเผยผลสำรวจดัชนีกิจกรรมการผลิตในเขตมิด-แอตแลนติกของสหรัฐลดลงน้อยกว่าคาดสู่ 32.8 ในเดือนมี.ค. นักเศรษฐศาสตร์ที่ได้รับการสำรวจโดยรอยเตอร์คาดไว้ว่า ดัชนีกิจกรรมการผลิตอาจอยู่ที่ระดับ 30.0 ในเดือนมี.ค. ลดลงจากระดับ 43.3 ในเดือนก.พ.

• (+) หุ้นกลุ่มเฮลธ์แคร์ถ่วงดาวโจนส์ปิดลบ ตลาดหุ้นสหรัฐปิดปรับตัวลงในวันพฤหัสบดี โดยหุ้นกลุ่มเฮลธ์แคร์กดดันตลาด หลังเทรดเดอร์ขายทำกำไรหุ้นกลุ่มดังกล่าวซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มที่ปรับตัวขึ้นมากที่สุดในปีนี้ ดัชนี S&P หุ้นกลุ่มเฮลธ์แคร์ร่วงลง 0.9% ส่วนหุ้นกลุ่มการเงินดีดตัวขึ้นหลังร่วงลงในวันพุธ ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐปรับตัวขึ้น แต่หุ้นกลุ่มสาธารณูปโภคลดลง ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดลบ 15.55 จุดหรือ 0.07% สู่ระดับ 20,934.55,ดัชนี S&P 500 ปิดลดลง 3.88 จุดหรือ 0.16% สู่ระดับ 2,381.38 และดัชนี Nasdaq ปิดบวก 0.71 จุดหรือ 0.01% สู่ระดับ 5,900.76 จำนวนหุ้นบวกมากกว่าหุ้นลบในอัตราส่วน 1.29 ต่อ 1 ในตลาดนิวยอร์ค และ 1.49 ต่อ 1 ในตลาดNasdaq ปริมาณการซื้อขายในตลาดอยู่ที่ราว 6.60 พันล้านหุ้น ต่ำกว่าปริมาณเฉลี่ยในรอบ 20 วันทำการที่ผ่านมาที่ 6.96 พันล้านหุ้น

• (-) ก.พาณิชย์สหรัฐเผยตัวเลขการเริ่มสร้างบ้านเพิ่มขึ้นเกินคาดในเดือนก.พ. กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยตัวเลขการเริ่มสร้างบ้านเพิ่มขึ้นเกินคาด 3.0% สู่ 1.288 ล้านยูนิต ขณะที่การอนุญาตก่อสร้างลดลงเกินคาด 6.2%สู่ 1.213 ล้นยูนิตในเดือนก.พ. นักเศรษฐศาสตร์ที่ได้รับการสำรวจโดยรอยเตอร์คาดไว้ว่า ตัวเลขการเริ่มสร้างบ้านอาจอยู่ที่ 1.260 ล้านยูนิตในเดือนก.พ. เพิ่มขึ้นจาก 1.251 ล้านยูนิตในเดือนม.ค. ส่วนการอนุญาตก่อสร้างอาจอยู่ที่ 1.260 ล้านยูนิตในเดือนก.พ. ลดลงจาก 1.293 ล้านยูนิตในเดือนม.ค.


คลิ๊ก!! เพื่ออ่านบทวิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำและโกลด์ฟิวเจอร์ส
หากไม่สามารถเปิดไฟล์ได้กรุณากด F5


ขอขอบคุณข้อมูลจาก
www.ylgfutures.co.th
www.gold.in.th

About the Author
admin's picture

admin

สวัสดีครับ...หุหุ