Investing.comForex Charts powered by Investing.com

Primary tabs

YLG : #วิเคราะห์ราคาทองคำ โดย วายแอลจีฯ (16-03-17 | 09:08) l www.gold.in.th

| www.gold.in.th |

คำแนะนำ
เน้นทำกำไรระยะสั้นตามกรอบราคา โดยเปิดสถานะซื้อหากราคาสามารถยืนเหนือ 1,217-1,212 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ได้ให้ทยอยขายทำกำไรหากราคายังไม่ยืนเหนือโซน 1,228-1,233 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ปัจจัยพื้นฐาน
ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 20.32 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยราคาทองคำได้รับแรงหนุนจากสกุลเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าลงหลังจากธนาคารกลางสหรัฐหรือเฟดมีมติด้วยคะแนนเสียง 9-1 ให้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น 0.25% สู่ระดับ 0.75-1.00% ในการประชุมเมื่อวานนี้ตามคาด ขณะที่แถลงการณ์ของเฟดยังคงส่งสัญญาณคุมเข้มนโยบายการเงินในอัตราที่ค่อยเป็นค่อยไป สำหรับ Dot Plot หรือคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยของเจ้าหน้าที่เฟดก็ยังคงมุมมองตามเดิมว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 2 ครั้งในปีนี้และจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 3 ครั้งในปี 2018 ทั้งนี้การที่เฟดส่งสัญญาณการคุมเข้มนโยบายการเงินในอัตราที่ค่อยเป็นค่อยไปในปีนี้มากกว่าที่ตลาดบางส่วนคาดไว้ส่งผลให้เกิดแรงขายกดดันให้สกุลเงินดอลลาร์ร่วงลงแตะจุดต่ำสุดรอบ 2 สัปดาห์และปัจจัยนี้ช่วยหนุนให้ราคาทองพุ่งขึ้น ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคำเพิ่มวานนี้ 4.44 ตัน สำหรับวันนี้ติดตามผลการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่นหรือบีโอเจในช่วงเที่ยงของวันนี้ คาดตรึงนโยบายการเงินตามเดิม นอกจากนี้ติดตามการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ อาทิ ตัวเลขในภาคอสังหาฯและจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงาน

ปัจจัยทางเทคนิค
ราคาทองคำยังไม่สามารถยืนเหนือ 1,228-1,233 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ ส่งผลให้แรงซื้ออาจเริ่มลดลง สำหรับวันนี้ประเมินแนวต้านระยะสั้นในโซน 1,233 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากผ่านไปได้แนวต้านสำคัญจะอยู่ในบริเวณ 1,242 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่แนวรับนั้นยังประเมินในโซนคือ 1,217-1,212 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์การลงทุน
การเข้าซื้อยังคงเน้นการเก็งกำไรระยะสั้นจากการแกว่งตัว โดยเข้าซื้อเฉพาะเมื่อตลาดปรับตัวลงมาในบริเวณแนวรับ 1,217-1,212 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ตัดขาดทุน 1,212 ดอลลาร์ต่อออนซ์)ขณะที่การเปิดสถานะขายอาจเสี่ยงพิจารณาในโซน 1,228-1,233 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ข่าวสารประกอบการลงทุน
• (+) สหรัฐเผยยอดค้าปลีกเพิ่มขึ้น 0.1% ในเดือนก.พ. ต่ำสุดในรอบ 6 เดือน กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ยอดค้าปลีกเพิ่มขึ้นเพียง 0.1% ในเดือนก.พ. เมื่อเทียบรายเดือน ซึ่งเป็นระดับต่ำที่สุดในรอบ 6 เดือน หลังจากพุ่งขึ้น 0.6% ในเดือนม.ค. ยอดค้าปลีกในเดือนก.พ.ได้รับแรงกดดันจากยอดขายรถยนต์ที่ร่วงลง นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่ายอดค้าปลีกเพิ่มขึ้น 0.1% ในเดือนก.พ. เมื่อเทียบรายปี ยอดค้าปลีกเพิ่มขึ้น 5.7% ในเดือนก.พ. ส่วนยอดค้าปลีกพื้นฐาน ซึ่งไม่รวมยอดขายรถยนต์ น้ำมัน วัสดุก่อสร้าง และอาหาร เพิ่มขึ้น 0.1% ในเดือนก.พ. หลังจากเพิ่มขึ้น 0.8% ในเดือนม.ค. นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่ายอดค้าปลีกพื้นฐานเพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือนก.พ.

• (-) เฟดนิวยอร์คเผยดัชนีภาคการผลิตขยายตัวติดต่อกัน 5 เดือนในมี.ค. ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขานิวยอร์ค รายงานในวันนี้ว่า ดัชนีภาคการผลิต (Empire State Index) มีการขยายตัวติดต่อกัน 5 เดือนในมี.ค. แต่ชะลอตัวจากเดือนก.พ. ซึ่งมีการดีดตัวสูงสุดในรอบกว่า 2 ปี ทั้งนี้ ดัชนีภาคการผลิตอยู่ที่ระดับ 16.4 ในเดือนมี.ค. หลังจากพุ่งแตะระดับ 18.7 ในเดือนก.พ. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2014

• (-) ดอลล์ร่วงหลังเฟดส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยแบบค่อยเป็นค่อยไป ดอลลาร์ร่วงลงอย่างหนักเมื่อเทียบกับสกุลเงินสำคัญในวันพุธ หลังธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยตามคาด แต่ส่งสัญญาณการคุมเข้มนโยบายการเงินในอัตราที่ค่อยเป็นค่อยไปในปีนี้มากกว่าที่นักลงทุนจำนวนมากในตลาดคาดไว้ เฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น 0.25% สู่ช่วงระดับ 0.75-1.00% ดัชนีดอลลาร์ร่วงลง 1.1% สู่ระดับ 100.560 หลังร่วงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 1 เดือน ดอลลาร์ร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 5 สัปดาห์เมื่อเทียบกับยูโร, ระดับต่ำสุดในรอบ 4 สัปดาห์เมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส และระดับต่ำสุดในรอบ 2 สัปดาห์เมื่อเทียบกับเยนและปอนด์

• (-) สหรัฐเผยดัชนี CPI ขยับขึ้น 0.1% ในเดือนก.พ. เพิ่มขึ้นน้อยสุดในรอบ 7 เดือน กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ขยับขึ้นเพียงเล็กน้อยในเดือนก.พ. โดยถูกกดดันจากราคาน้ำมันเบนซินที่ร่วงลงมากที่สุดในรอบ 7 เดือน ทั้งนี้ ดัชนี CPI บวก 0.1% ในเดือนก.พ. ซึ่งเป็นตัวเลขต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือนก.ค.2016 หลังจากพุ่งขึ้น 0.6% ในเดือนม.ค. เมื่อเทียบรายปี ดัชนี CPI พุ่งขึ้น 2.7% ในเดือนก.พ. ซึ่งสูงกว่าระดับเป้าหมายที่ 2% ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และเป็นการเพิ่มขึ้นรายปีมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนมี.ค.2012 หลังจากเพิ่มขึ้น 2.5% ในเดือนม.ค. นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่า ดัชนี CPI จะทรงตัวในเดือนก.พ.เมื่อเทียบรายเดือน และพุ่งขึ้น 2.7% เมื่อเทียบรายปี หากไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน ดัชนี CPI พื้นฐานขยับขึ้น 0.2% ในเดือนก.พ. เมื่อเทียบรายเดือน หลังจากเพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือนม.ค. เมื่อเทียบรายปี ดัชนี CPI พื้นฐานพุ่งขึ้น 2.2% ในเดือนก.พ. หลังจากเพิ่มขึ้น 2.3% ในเดือนม.ค.

• (+/-) เฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ตามคาด ขณะเตรียมขึ้นดอกเบี้ยอีก 2 ครั้งในปีนี้ คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติด้วยคะแนนเสียง 9-1 ให้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น 0.25% สู่ระดับ 0.75-1.00% ในการประชุมเมื่อวานนี้ ตามที่ตลาดการเงินคาดการณ์ไว้ การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมซึ่งเสร็จสิ้นเมื่อวานนี้ นับเป็นครั้งแรกในปีนี้ และเป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 3 เดือน และครั้งที่ 3 ในรอบ 10 ปี เฟดคาดการณ์ว่า จะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 2 ครั้งในปีนี้ และปรับขึ้น 3 ครั้งในปีหน้า ตลาดการเงินคาดการณ์ว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 2 ครั้งของเฟดในปีนี้ จะเกิดขึ้นในเดือนมิ.ย. และธ.ค. ซึ่งความเป็นไปได้ดังกล่าวได้เพิ่มขึ้น หลังจากที่เฟดตัดสินใจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในวันนี้ แถลงการณ์ของเฟดระบุว่า "จุดยืนด้านนโยบายการเงินของสหรัฐยังคงมีความผ่อนคลาย ซึ่งจะสนับสนุนสภาวะตลาดแรงงานที่แข็งแกร่งต่อไป และหนุนให้อัตราเงินเฟ้อกลับสู่ระดับ 2% อย่างยั่งยืน ทั้งนี้ เฟดไม่ได้ส่งสัญญาณเร่งการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในแถลงการณ์หลังการประชุมวันนี้


คลิ๊ก!! เพื่ออ่านบทวิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำและโกลด์ฟิวเจอร์ส
หากไม่สามารถเปิดไฟล์ได้กรุณากด F5


ขอขอบคุณข้อมูลจาก
www.ylgfutures.co.th
www.gold.in.th

About the Author
admin's picture

admin

สวัสดีครับ...หุหุ