Investing.comForex Charts powered by Investing.com

Primary tabs

YLG : #วิเคราะห์ราคาทองคำ โดย วายแอลจีฯ (24-01-17 | 09:01) l www.gold.in.th

| www.gold.in.th |

คำแนะนำ
เน้นทำกำไรระยะสั้นตามกรอบราคา โดยเปิดสถานะซื้อหากราคาสามารถยืนเหนือ 1,209-1,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ และให้ทยอยขายทำกำไรหากราคายังไม่ยืนเหนือโซน 1,223-1,233 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ปัจจัยพื้นฐาน
ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 7.82 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยราคาทองคำได้รับแรงหนุนจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์หลังเกิดความวิตกกังวลเกี่ยวกับนโยบายกีดกันทางการค้าของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ที่ล่าสุดได้ลงนามถอนสหรัฐออกจากข้อตกลงการค้าเสรีหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิค(TPP)อย่างเป็นทางการนอกจากนี้ยังเตรียมทำการเจรจาครั้งใหม่ต่อข้อตกลงการค้าเสรีอเมริกาเหนือ (นาฟต้า)กับแคนาดาและเม็กซิโกเพื่อไม่ให้สหรัฐเสียเปรียบในการทำการค้าซึ่งก่อให้เกิดความวิตกกังวลว่านโยบายดังกล่าวอาจจะนำไปสู่สงครามการค้าทั่วโลก ด้านกองทุน SPDR ลดการถือครองทองคำลง 2.08 ตัน ขณะที่วันนี้ติดตามการเปิดเผยดัชนี(PMI)ภาคการผลิต, ยอดขายบ้านมือสองและดัชนีภาคการผลิตจากเฟดสาขาริชมอนด์ อีกทั้งต้องติดตามท่าทีเพิ่มเติมและความชัดเจนเกี่ยวนโยบายการบริหารประเทศและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรวมถึงนโยบายกีดกันทางการค้าของนายทรัมป์ ซึ่งจะยังคงเป็นปัจจัยหลักที่ชี้นำการเคลื่อนไหวของดอลลาร์และทองคำ

ปัจจัยทางเทคนิค
หากราคาทองคำปรับตัวลงมาพอเข้าใกล้โซนแนวรับ 1,209-1,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อาจมีแรงดีดกลับสั้นๆซึ่งต้องระวังแรงขายกดดันให้ราคาปรับตัวลงมาอีกครั้งหากราคายังไม่มีแรงซื้อมากพอหรือมีปัจจัยใหม่มาดันราคาขึ้น โดยประเมินแนวต้านที่ 1,219-1,223 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์การลงทุน
การเข้าซื้อยังคงเน้นการทำกำไรระยะสั้นจากการแกว่งตัว โดยเข้าซื้อเฉพาะเมื่อตลาดปรับตัวลงมาในบริเวณแนวรับ 1,209-1,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่การเปิดสถานะขายอาจเสี่ยงพิจารณาในโซน 1,223-1,233 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ตัดขาดทุน 1,233 ดอลลาร์ต่อออนซ์)

ข่าวสารประกอบการลงทุน
• (+) ดอลล์ร่วงต่ำสุดในรอบ 7 สัปดาห์ ดอลลาร์ร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 7 สัปดาห์เมื่อเทียบกับตะกร้าสกุลเงินในวันจันทร์ โดยถูกถ่วงลงจากความวิตกเกี่ยวกับการประท้วงต่อต้านรัฐบาลใหม่ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์, การแถลงสุนทรพจน์เกี่ยวกับนโยบายปกป้องการค้าและการแสดงความเห็นที่ไม่พอใจในทวิตเตอร์ เยนซึ่งเป็นสกุลเงินที่ปลอดภัยปรับตัวขึ้นเป็นวันที่สองติดต่อกันเมื่อเทียบกับดอลลาร์ ดัชนีดอลลาร์ซึ่งวัดค่าดอลลาร์เมื่อเทียบกับตะกร้า 6 สกุลเงินลดลง 0.6% สู่ระดับ 100.16 และดอลลาร์ร่วงลง 1.4% สู่ 113.01 เยนซึ่งเป็นการร่วงลงมากที่สุดในรอบกว่า 2 สัปดาห์ ปอนด์ปรับตัวขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์และยูโร ขณะที่ยูโรบวก 0.5% สู่ 1.0751 ดอลลาร์ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นเป็นวันที่ 7 ในรอบ 9 วันที่ผ่านมา

• (+) ทรัมป์ลงนามคำสั่งประธานาธิบดีให้สหรัฐถอนตัวจากข้อตกลง TPP อย่างเป็นทางการแล้ว ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ได้ลงนามในคำสั่งประธานาธิบดีเมื่อวานนี้ เพื่อให้สหรัฐถอนตัวออกจากข้อตกลงการค้าเสรีหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิค (TPP) อย่างเป็นทางการแล้ว ปธน.ทรัมป์ได้ลงนามคำสั่งประธานาธิบดีดังกล่าวในห้องทำงานรูปไข่ที่ทำเนียบขาว โดยกล่าวว่า การลงนามในคำสั่งให้สหรัฐถอนตัวออกจากข้อตกลง TPP "ถือเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่สำหรับแรงงานชาวสหรัฐ" ทั้งนี้ ข้อตกลง TPP ได้เผชิญภาวะชะงักงันในสภาคองเกรส ซึ่งมีแนวโน้มไม่อนุมัติข้อตกลงดังกล่าว

• (+) ทรัมป์อัดญี่ปุ่น,จีนมีพฤติกรรมการค้าไม่เป็นธรรมต่อบริษัทสหรัฐ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวหาญี่ปุ่นและจีนในวันนี้ว่า ทั้งสองประเทศมีพฤติกรรมทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมต่อบริษัทสหรัฐ "เราได้พยายามขายรถในญี่ปุ่น และพวกเขาก็ได้กระทำต่อเราเพื่อให้เราไม่สามารถขายรถในญี่ปุ่น นี่เป็นเรื่องที่ไม่เป็นธรรม" เขากล่าว "เวลาที่คุณต้องการขายสินค้าในจีนและประเทศอื่นๆ ก็เป็นเรื่องที่ยากมากๆ ซึ่งในบางกรณี ก็ถือว่าเป็นไปไม่ได้ พวกเขาจะไม่ยอมรับสินค้าของคุณ"

• (+) ดาวโจนส์ปิดลบหลังทรัมป์ดำเนินนโยบายปกป้องการค้า ตลาดหุ้นสหรัฐปิดปรับตัวลงในวันจันทร์หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แสดงจุดยืนในการปกป้องการค้า ซึ่งทำให้นักลงทุนต้องทบทวนอีกครั้งสำหรับการทะยานขึ้นของตลาดหลังการเลือกตั้ง ปธน.ทรัมป์ได้ลงนามเพื่อถอนตัวอย่างเป็นทางการแล้วจากความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (TPP) ซึ่งประกอบด้วย 12 ประเทศ และยืนยันที่จะเจรจราต่อรองใหม่กับแคนาดาและเม็กซิโกสำหรับความตกลงการค้าเสรีอเมริกาเหนือ (NAFTA) ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดลบ 27.40 จุดหรือ 0.14% สู่ 19,799.85,ดัชนี S&P 500 ปิดลดลง 6.11 จุดหรือ 0.27% สู่ระดับ 2,265.20 และดัชนี Nasdaq ปิดปรับตัวลง 2.39 จุดหรือ 0.04% สู่ 5,552.94

• (-) ทรัมป์พบปะผู้บริหารภาคการผลิตสหรัฐ ยันลดกฎระเบียบ 75% พร้อมหั่นภาษีครั้งใหญ่ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จัดการประชุมกับผู้บริหารของภาคการผลิตสหรัฐในวันนี้ โดยเรียกร้องให้บริษัทต่างๆกลับเข้ามาผลิตสินค้าในสหรัฐ ซึ่งเขาให้สัญญาว่าจะแก้ไขกฎระเบียบเพื่อเอื้อประโยชน์ต่อบริษัทดังกล่าว ปธน.ทรัมป์ระบุว่า เขาต้องการลดกฎระเบียบต่างๆลงถึง 75% หรือมากกว่า เพื่อช่วยเหลือภาคธุรกิจ เนื่องจากขณะนี้มีกฎระเบียบต่างๆมากเกินไป จนทำให้เป็นอุปสรรคต่อการทำการค้า ผู้นำสหรัฐยังกล่าวว่า เขาจะปรับลดภาษีจำนวนมากสำหรับชนชั้นกลาง และบริษัทเอกชน ปธน.ทรัมป์ยังกล่าวว่า เขาต้องการให้บริษัทสหรัฐทำการผลิตสินค้าอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งเขาคิดว่าการผลิตสินค้าในสหรัฐจะใช้ต้นทุนต่ำกว่าการผลิตในต่างประเทศ และมีการส่งกลับมาจำหน่ายในสหรัฐ ขณะเดียวกัน ปธน.ทรัมป์ยังเสนอมาตรการจูงใจต่อภาคธุรกิจ โดยระบุว่า รัฐบาลสหรัฐจะให้การอนุมัติอย่างรวดเร็ว หากบริษัทใดๆต้องการสร้างโรงงานแห่งใหม่ ปธน.ทรัมป์ระบุว่า เขาต้องการจะจัดการประชุมกับผู้นำในภาคธุรกิจในเวลาใดก็ตามที่เขาต้องการพบปะผู้บริหารเหล่านี้ โดยอาจเป็นการประชุมรายไตรมาส นอกจากนี้ เขายังขู่ว่าบริษัทต่างๆที่ย้ายฐานการผลิตออกนอกสหรัฐจะถูกเรียกเก็บภาษีนำเข้าในระดับสูง


คลิ๊ก!! เพื่ออ่านบทวิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำและโกลด์ฟิวเจอร์ส
หากไม่สามารถเปิดไฟล์ได้กรุณากด F5


ขอขอบคุณข้อมูลจาก
www.ylgfutures.co.th
www.gold.in.th

Tags: 
About the Author
admin's picture

admin

สวัสดีครับ...หุหุ